อาลีซาน
-My Journey- Taiwan - ไต้หวัน TRAVEL - exciting experiences

รีวิว เที่ยวไต้หวัน [ep.2/6] ไทเปสู่อาลีซาน ด้วยรถไฟ Alishan Line

“นั่งรถไฟสาย อาลีซาน กับความโรแมนติกติดอันดับโลก”

ทริปนี้ผมเจออะไรบ้าง เชิญชม Clip สรุปทริป Day 2/6 ได้เลยครับ ^^

รีวิว ไต้หวันนี้ จะพาไปต่อกันที่ “อุทยานแห่งชาติภูเขา อาลีซาน” มีชื่อแบบเต็มยศว่า Alishan National Scenic Area ผมจิ้มที่นี่ไว้แบบไม่ได้คิดอะไร รู้แค่ว่าไปยากแต่คุ้ม! และสุดท้าย อุทยานแห่งชาติอาลีซาน ก็กลายเป็นที่ที่ผมประทับใจที่สุด เติมเต็มทริปเที่ยวไต้หวันของผมได้อย่างสมบูรณ์

อาลีซาน มักเป็นที่เที่ยวที่ถูกจัดไว้รูทเดียวกันกับ ทะเลสาบสุริยันจันทรา (Sun moon lake) หรือไม่ก็ถูกตัดทิ้งไปเลย เพราะไปยาก เดินทางหลายต่อ ใช้เวลามาก แต่สำหรับผม ไหนๆก็มาทั้งทียังไงก็ต้องไปให้ถึง


วิธีการเดินทาง จาก ไทเป (Taipei) ไป อุทยานแห่งชาติ อาลีซาน (Alishan)

ผมเดินทางด้วยรถไฟ TRA จากไทเปครับ

รถไฟ TRA : จากไทเป (Taipei Main station) ไป เจียอี้ (Chiayi) : 6.30 น. – 9.40 น.
รถไฟสายโรแมนติก (Alishan Line) : จาก เจียอี้ (Chiayi) ไป เฟิ่นฉี่หู (Fenqihu) 10.00 น. – 12.20 น.
(รถไฟมีวันละ 1 รอบ 9.00 แต่วันหยุดจะเพิ่มรอบ 10.00)
รถบัส : จากเฟิ่นฉี่หู (Fenqihu) ไป อุทยานแห่งชาติอาลีซาน (Alishan)

จองตั๋วรถไฟ สายอาลีซาน Online ได้ที่นี่


สำหรับการขึ้นรถไฟสาย อาลีซาน จะต้องตั้งต้นจากสถานี เจียอี้ ซึ่งแต่เดิมสามารถตรงไปยัง อาลีซาน ได้เลย แต่เนื่องจากทางรถไฟขาดไปครึ่งนึง เลยต้องไปลง เฟิ่นฉี่หู ก่อน เพื่อนั่งรถบัสต่อไปอีกครึ่งทางที่เหลือ จนถึง อาลีซาน ผมเลือกเดินทางจากไทเป โดยตื่นเช้ามาก เพื่อไปขึ้นรถที่ Taipei Main Station พร้อมซื้อตั๋วรถไฟสายอาลีซานได้เลย (ไม่ต้องไปรอลุ้นที่เจียอี้) สบายใจละมีตั๋วอยู่ในมือแล้ว ผมออกจาก Taipei Main Station ตั้งแต่เช้า เวลา 6.30 น.

สำหรับรถไฟรถไฟไปเจียอี้ ผมจองออนไลน์ล่วงหน้าจากไทย โดยพิมพ์หลักฐานที่ได้รับทางอีเมลติดตัวไปไต้หวันด้วย แล้วเอาไปแลกตั๋วจริงๆ ที่ 7-11 (เสียค่าธรรมเนียม 16 NT)

ส่วนใบนี้เป็นตั๋วรถไฟสายอาลีซาน ปกติจะจำกัดแค่วันละ 1  รอบ เวลา 9.00 (แต่หากมาในวันหยุดจะเพิ่มอีกรอบ คือ 10.00 โชคดีผมมาวันหยุด เลยไปรอบหลัง) ถ้าไม่อยากลุ้นก็สามารถ จองตั๋วรถไฟ สายอาลีซาน Online ล่วงหน้าได้ อย่างน้อย 7 วัน หากจองไม่ทันก็สามารถซื้อที่ Taipei Main Station ได้เช่นกัน

ผมถึงเจียอี้ Chiayi เวลา 9.40 น. (ยังพอมีเวลา 20 นาที สำหรับหาข้าวเช้ากิน) รูปนี้เป็นรางรถไฟพิเศษ สำหรับรอรับผู้โดยสารเดินทางด้วยรถไฟสายอาลีซาน

แว๊บออกมาเดินดูรอบๆสถานีเผื่อมีของกิน ด้วยเวลาจำกัดเลยเปลี่ยนแผนซื้ออาหารจาก 7-11 ที่อยู่ในสถานี ก็มีข้าวกล่องสำเร็จรูปให้เลือกหลายแบบ ก็รีบๆหยิบมาเพราะใกล้เวลาแล้ว เค้าใส่อุปกรณ์หิ้วแบบนี้มาให้ ประหยัดและระบายไอน้ำได้ดีทีเดียว ประทับใจมาก

รถไฟสายอาลีซานนี้ หน้าตาจะแตกต่างจากรถไฟปกติ คือจะเป็นสีแดงแบบนี้ รูปทรงและสีสันก็จะดูคลาสสิคๆหน่อย รถไฟออกตรงเวลาเป๊ะมัวแต่ถ่ายรูป เกือบขึ้นรถไม่ทันแน่ะ แล้วรถไฟก็ออกจาก สถานีเจียอี้ เวลา 10.00 น.

บรรยากาศภายในรถไฟสายอาลีซาน สังเกตจากเบาะ ชัดเจนว่ารถไฟขบวนนี้เป็นรถไฟขบวนพิเศษ สำหรับเส้นทาง Alishan Line โดยเฉพาะ ซึ่งจากภาพถ้ามาหน้าซากูระ คงเห็นซากูระสวยแน่นอน ตอนนี้รถก็ค่อยๆขับห่างจากเมืองเรื่อยๆ ค่อยๆไต่ขึ้นภูเขาครั้งแรก วนไปตามระดับความสูง มองออกไปเป็นวิวภูเขาหลายลูกซ้อนกัน อากาศเย็นสบาย ชิวสุดๆ ตลอดเส้นทางจะเห็นป่าที่แตกต่างกันไปตามระดับความสูง จนมาเจอป่าสน (Alishan สูง 2,500 เมตร จากระดับน้ำทะเล) เนื่องจากถ่ายรูปยากมาก ก็สามารถชมบรรยากาศได้ในคลิปวีดีโอ Youtube พาขึ้นรถไฟสายอาลีซาน ครับ

อาหารที่เลือกมาจาก 7-11 ..ไม่เวิร์คเอาซะเลย อย่างแรกเป็นสปาเกตตี้ ธรรมด๊าธรรมดา พอประทังชีวิตไปได้

กล่องนี้เป็นเป็นหมูย่างติดกระดูก ชิ้นใหญ่พร้อมเครื่องเคียง – เฉยๆมาก

เมนูนี้เป็นหมูย่างติดกระดูก (เหมือนกัน) แต่เครื่องเคียงต่างกัน.. – เฉยๆมากอีกแล้ว

น้ำที่เลือกมาแบบรีบๆเห็นรูปนึกว่าแอปเปิล สรุปเป็นน้ำรสพีช .. มีความเฟลหนักมากเป็นรสชาติรุนแรงผิดธรรมชาติ ส่วนชาอีกขวดก็เซฟๆ -ผ่านครับ

ระหว่างทางจะมีการจอดแต่ละสถานี ซึ่งก็จะมีเจ้าหน้าที่สถานีจะยืนต้อนรับ บ๊ายบาย และชูป้ายแบบนี้ ทุกสถานี น่ารักจริงๆ


เฟิ่นฉี่หู Fenqihu ปลายทางของทางรถไฟสายอาลีซาน

เฟิ่นฉี่หูก็เป็นหมู่บ้านเก่าแก่ที่หลายคนนิยมมาพักผ่อน ท่องเที่ยวกัน แต่เรามีเวลาเดินเล่นได้เล็กน้อย ที่นี่เป็นเมืองโบราณที่เคยเป็นที่ตั้งของ อู่ซ่อมบำรุงรถไฟซึ่งตอนนี้ได้ยกเลิกไปแล้ว ก็มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากตั้งใจมาที่นี่เพื่อชมตึกและบ้านไม้ ที่ได้รับการอนุรักษ์ดูแลไว้อย่างดี

เวลา 12.20 น. ก็ถึงสถานีเฟิ่นฉี่หู (Fenchihu) อากาศดี เย็นสบาย คนเยอะ รู้สึกถูกชะตากับป้ายนี้เป็นพิเศษเลยขอเก็บรูปเป็นที่ระลึก

ที่นี่มีร้านข้าวกล่องต้องโดนที่อยู่ตรงทางออกของสถานีเลย โดยการซื้อต้องสั่นกระดิ่งสั่งผ่านรูเล็กๆนี่ หากมีเวลาสามารถนั่งทานภายในร้านได้ด้วย พร้อมชมวิวภูเขาสวยๆของเฟิ่นฉี่หูได้เลย

หน้าตาข้าวกล่องของร้านนี้ คล้ายๆกับ 7-11 ที่ซื้อมาเมื่อกี้ มีความฝังใจอยู่ เลยขอบายละกัน

แวะชมโรงซ่อมบำรุงรถไฟโบราณ

รถไฟโบราณที่ถูกปลดประจำการ ก็ถูกจัดแสดงอยู่ที่นี่ .. หากขึ้นรถไฟขบวนนี้ สถานีต่อไปอาจจะเป็น Hogwarts ก็เป็นได้..

บรรยากาศดีมาก ดูเมฆบนภูเขาลอยไปลอยมา

สิ่งที่ผมงงคือจะหาท่ารถบัส สำหรับไปอาลีซาน ยังไง แนะนำว่า ให้มองไปบนภูเขาแล้วหา ร้านนี้ ท่ารถจะอยู่ตรงข้ามกับร้านนี้ครับ

ตารางรถจากเฟิ่นฉี่หู ไป อุทยานแห่งชาติอาลีซาน จะมีแค่ 3 รอบนี้นะครับ ถ้าพลาดก็.. นอนพักที่นี่สักคืนจะเป็นไรไป ^^ ถึงเวลาก็ต่อรถ รอบบ่ายโมง (รถมีแค่ 3 รอบต่อวัน ไม่ได้ขายตั๋วล่วงหน้า ควรมารอก่อนถึงเวลา) ถึงเวลาผมก็ได้ขึ้นรถตู้แบบยืนเบียดๆไป แล้วเค้าก็พาไปถ่ายขึ้นรถบัสอีกทีหนึ่ง(ไม่รู้ปกติเป็นแบบนี้รึเปล่า แต่ก็ไม่มีค่าใช้จ่ายอะไรเพิ่ม) จากนี้ระยะทางไม่ไกลมาก แต่ค่อนข้างคดเคี้ยว ดูบรรยากาศข้างทางก็เพลินๆ


อุทยานแห่งชาติอาลีซาน

 เมื่อถึงทางเข้าอุทยานแห่งชาติอาลีซาน รถบัสจะจอดด้านหน้าให้ผู้โดยสารลงไปเสีย ค่าเข้าอุทยาน (150 TW) ด้วยตัวเอง จากนั้นก็จะไปส่งเราที่ Center ของ อาลีซาน

บนอาลีซาน มีร้านค้า ร้านอาหาร และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน พร้อม ทั้ง 7-11 ที่ราคาเท่ากันกับในเมือง (ไม่มีการบวกเพิ่ม) รวมทั้ง รถสำหรับเดินทางไปเมืองอื่นๆ พอมาจะเข้าที่พัก ปรากฎว่าหาที่พักที่จองล่วงหน้าไว้ไม่เจอ เพราะจองไว้ไกลจากที่นี่มากและเดินทางไปข้างนอกอุทยานไม่สะดวกแน่ๆ (ถ้านอนที่พักตามแพลนจะไปดูพระอาทิตย์ตอนตี 4 ไม่ทัน) สรุปต้องทิ้งที่พักที่จองล่วงหน้าไว้ แล้วหาที่พักบนอุทยานแทน

สิ่งแรกที่ต้องทำคือไปที่ Tourist Information Center เพื่อปรึกษาเรื่องที่พัก เค้าก็แนะนำให้ไปเลือกจากโรงแรมบนอุทยาน ซึ่งมีเยอะพอสมควร ก็ Walk-in ละกัน ลุ้นกันให้รู้แล้วรู้รอด

หากใครมีสัมภาระก่อนหรือหลังเข้าที่พัก สามารถฝากกระเป๋าที่ Tourist Information Center ได้ พร้อมกล้องวงจรปิดเรียบร้อย สบายใจได้ (แต่ที่นี่ปิดประมาณ 5 โมง) แล้วก็ไปเที่ยวอุทยานแห่งชาติอาลีซาน ได้แบบสบายตัว

ที่พักบนอุทยาน จะอยู่ด้านหลัง Tourist Information Center นี่เอง ซึ่งมีให้เลือก 15 โรงแรม โดยรวมค่อนข้างเก่า ราคาจะสูงหน่อย แต่สะดวกมากๆสำหรับการตื่นเช้าเพื่อชมพระอาทิตย์ขึ้นครับ ก็ลอง Walk-in ไปหลายๆโรงแรมเพื่อเปรียบเทียบกัน สุดท้ายได้ที่นี่ครับ (อ่านชื่อไม่ออก) คืนละประมาณ 2100NT

เลือกห้องเล็กสุด สภาพห้องก็เรียบร้อยดี ไม่มีหน้าต่างให้ชมวิวโลกภายนอกอะไรทั้งนั้น โรงแรมค่อนข้างเก่า แถมมีกลิ่นอับด้วย

เตียงค่อนข้างเล็กสำหรับ 2 คน แต่ก็นอนแก้ขัดไปละกัน นอนแปปเดียว พรุ่งนี้ตี 3 ก็ต้องตื่นมาดูพระอาทิตย์ขึ้นแล้ว

ของใช้ภายในห้องก็ตามรูปเลย

ห้องน้ำนี่สุดจะทนมากๆ กลิ่นแรงต้องปิดประตูไว้ไม่ให้กลิ่นเล็ดลอดออกมา แถมพื้นห้องน้ำก็เย็นมาก น้ำก็เย็น มันคือความทรมานทุกครั้งที่เข้าห้องน้ำด้วยเท้าเปล่าๆ หลังจากเก็บของเรียบร้อยก็ออกสำรวจรอบๆอุทยาน ก่อนพระอาทิตย์จะตกดิน


เที่ยวป่าสนก่อนพระอาทิตย์ตกดิน

ที่ Tourist Information Center จะมีแผนที่และใบปลิวเส้นทางท่องเที่ยวบน อาลีซาน อยู่ ซึ่งมีขอบเขตที่ใหญ่มาก มีรถรับส่งแต่ละจุด แต่ต้องเช็คเวลาดีๆ  ไม่งั้นอาจจะตกรถ แต่ถ้าไม่ทันก็สามารถเดินได้ (เตรียมใจ 5-8 กิโลเมตร แล้วแต่จุด) อากาศเย็นๆเดินไม่เหนื่อยเท่าไหร่ แต่ถ้ามีผู้ใหญ่มาด้วยคงลำบากน่าดู

บนอุทยานมีแมวค่อนข้างเยอะ ตอนนี้อากาศอากาศ 16 องศา ทุกตัวเคลื่อนตัวแบบเนิบช้าและหมอบต่ำ

ตอนแรกคิดว่าเป็นคาแรกเตอร์ของแมวชั้นสูง (แมวบนภูเขา) แต่คิดอีกทีมันคงหนาวมาก

พอวางแผนที่กระดาษปั๊บ รีบวิ่งมานั่งทับเลยครับ 555 คงอุ่นกว่าพื้นหินสินะ

หลังจากจัดการเรื่องที่พักแล้ว ยังพอมีเวลาประมาณ 3 ชั่วโมง เดินป่าให้จบภายใน 6 โมงเย็น จึงขึ้นรถบัสจากหน้า Tourist Information Center ไปยังจุดแรกแล้วเดินต่อแบบชิวๆ

เดินไปพักไป ได้แค่ไหนเอาแค่นั้น พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน

ณ ระดับความสูง 2500 เมตร จากระดับน้ำทะเล ก็เลยเป็นยอดไม้ที่แปลกตา

สามารถเดินลัดเลาะเข้าเขตป่าสน ที่สูงชะลูดเบียดกันแน่น เส้นทางการเดินก็มีหลาย Level ตั้งแต่นั่งรถบัส จนถึง Trecking ต้องเลือกเส้นทางดีๆครับ บังเอิญเจนักท่องเที่ยวฟิลิปปินกลุ่มนึงพาพ่อแม่ไปเส้น Trecking .. แล้วหลงทาง จนพระอาทิตย์ใกล้ตกแล้วผู้ใหญ่เดินกันไม่ไหวแล้ว รถก็ใกล้จะหมดแล้ว (แปลว่าต้องเดินกลับอีก 5 กิโล) ฟังแล้วสงสารแทน ต้องกะเวลาให้ดีจริงๆ

ตอต้นสนโบราณบางต้นอายุกว่า 2000 ปี แต่ละต้นจะมีหน้าตาและเรื่องราวที่แตกต่างกันออกไปแล้วแต่รูปทรง

จากในป่าทึบ ก็มาเจอกับพื้นที่โปร่งโล่ง Sister ponds อันนี้เป็นสระน้อง ขนาดกลางๆ เขียวๆ ร่มรื่น น้ำนิ่งมากๆ

ถัดมาเป็น สระพี่ ซึ่งจะมีขนาดใหญ่กว่า นึกถึงนางเอกในหนังจีนที่มาอาบน้ำพร้อมองครักษ์ สระสีเขียวมรกต มีทางเดินทอดไปยังศาลาตรงกลาง 2 หลัง กับแบคกราวป่าเขียว

ตลอดเส้นทางเดินก็มีขึ้นๆลงๆ ขั้นบันไดหินบ้างไม้บ้างสลับกัน เส้นทางได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ปลอดภัยทุกก้าว แต่เรื่องเหนื่อยเนี่ยตัวใครตัวมันครับ

เดินตามเส้นทางจากบนเขา จะสุดปลายทางวันนี้ที่วัดนี้นะครับ ตอนนี้วัดปิดซะแล้ว ฟ้าก็มืดแล้วต้องรีบเดินกลับแล้ว

ตกดึก แวะเซเว่นหาของกินตามเคย คราวนี้จัดโอเด้งแก้หนาวก่อนนอน หลับสบายเลยครับ

เชิญชม Clip สรุปทริป Day 2/6 ได้เลยครับ ^^

เที่ยว อาลีซาน วันนี้ ผมต้องนั่งรถไฟไปดูพระอาทิตย์ขึ้นด้วยรถไฟ จากนั้นเก็บบรรยากาศในป่าสนที่ Alishan ให้ครบ
แล้วเดินทางต่อไป Sun mook Lake กันครับ

ที่ชอาลีซาน การเดินทางไปดูพระอาทิตย์ขึ้น ถือเป็นไฮไลท์ที่ห้ามพลาด เราต้องเดินทางด้วยรถไฟที่ต้องซื้อล่วงหน้าก่อน 1 วัน โดยที่ไม่ระบุเวลาออกรถ เพราะเวลาออกรถขึ้นอยู่กับเวลาที่พระอาทิตย์ขึ้น โดยเราสามารถต้องเช็คเวลาวันต่อวัน ได้ที่สถานีรถไฟหลัง 4 โมงเย็น หรือที่เคาท์เตอร์ของแต่ละโรงแรม

เช้าวันต่อมา ตื่นปุ๊บก็ค่อยๆเดินเท้า ฝ่าความมืด จากโรงแรมมาที่สถานรถไฟ เวลาประมาณ ตี 3 กว่าๆ กับอุณหภูมิประมาณ 18 องศา

พอไปถึงชานชาลา ตกใจเพราะคนเยอะมากๆ เพราะการชมพระอาทิตย์ขึ้นเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ ที่ห้ามพลาด

เมื่อรถไฟมาคนก็ทะยอยขึ้นรถ บนรถคนจะแน่นมาก นั่งๆยืนๆกันไป บอกเลยว่าอากาศหนาวมากจริงๆ

ยืนทรงตัวไม่กี่นาที ก็ถึงจุดหมาย

เราก็เดินๆตามเค้าไป ขึ้นบันไดไปยังจุดชมวิวอีกนิดหน่อย

ข้างบนจุดชมวิวจะเป็นลานโล่ง พร้อมศาลาสำหรับนั่งพัก และระเบียงสำหรับชมวิว อากาศดีมากๆ

ไม่ต้องห่วงเรื่องอาหารการกิน เพราะเช้ามืดขนาดนี้ก็ยังมีพ่อค้าแม่ค้ามารอขายอาหารและเครื่องดื่ม บอกตรงๆที่จริงไม่หิวเท่าไหร่ แต่ก็อดใจไม่ไหว ต้องหาเครื่องดื่มอุ่นๆกินให้คลายหนาว

วาซาบิสดก็มีนะ อยากซื้อกลับบ้านจังเลย

ไปถึงก็รีบไปยืนแถวหน้าสุดของจุดชมวิวไม่ยอมไปไหน ถ้าอยู่ข้างหลังกลัวโดนบัง รอนานมากก็ยังไม่มีวี่แวว .. มานึกทีหลังได้ว่า ลานใหญ่ขนาดนี้ไม่ต้องแถวหน้าสุดก็มองเห็นครับ

ลุ้นอยู่นานมาก ระหว่างที่ดูจะเห็น Layer ของภูเขาที่ซ้อนกันจนถึงก้อนเมฆ จนบางก้อนแยกไม่ออกว่าภูเขาหรือเมฆ

เมฆเผลอแล้วเจอกัน พระอาทิตย์เลยพ้นขอบฟ้ามานานแล้ว แต่เพิ่งพ้นขอบก้อนเมฆครับ แบบนี้ก็สวยไปอีกแบบ

บรรยากาศดีมาก สวยงาม คุ้มค่าแก่การรอคอย

สักพักพระอาทิตย์ก็ขึ้นพ้นขอบฟ้าเรียบร้อย


นักท่องเที่ยวก็เริ่มทะยอยเดินทางกลับ

เอาหละถึงเวลากลับที่พัก เติมแรงแล้วเดินเล่นอุทยานแห่งชาติกันต่อ ผมเดินทางกลับด้วยรถไฟขบวนเดิม ซึ่งจะมีเป็นรอบๆไป อยากพักก็ได้ไม่ต้องรีบกลับครับ

ไปถึงก็ขอหลับก่อนแล้วมาหาอะไรง่ายๆกินแถวศูนย์บริการนักท่องเที่ยว.. คิดยังไงกับราดหน้าเนื้อจานนี้.. ไม่อร่อยเลยครับ


เที่ยวอุทยานแห่งชาติอาลีซาน ชมป่าสน 1000 ปี

เราจะมาซ้ำเส้นทางป่าสนเมื่อวานอีกครั้ง จะได้ชมวิวฟ้าใสๆตอนกลางวัน ผมขึ้นรถบัสจากหน้า Tourist Information Center เช่นเดิม

คราวนี้ไม่ต้องกลัวเรื่องพระอาทิตย์ตกดินแล้วกลับไม่ทัน สามารถชมรายละเอียดของต้นไม้ใบหญ้าและวิวสวยๆได้เต็มที่

ท้องฟ้าใสมากจริงๆ

ตรงนี้มีการทำทางเดินยกระดับจากพื้นเขาที่ลาดชัน

เป็นทางเดินยาวๆ เชื่อมกันไป แบคกราวเป็นทิวสนสลับกัน ฟอร์มแตกต่างกันไป สวยมาก แถวบ้านไม่มี แนะนำเลยครับไม่อยากให้พลาดกัน เท่มากจริงๆ

วิ่งเล่นให้ทั่ว แดดแรงเหมือนกัน ตอนนี้เหงื่อเริ่มมา

สังเกตความหนาแน่นของต้นไม้ รู้สึกได้ว่าไม่ใช่ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ แต่มีการคิดฉากไว้อย่างดี โดยดูแลรักษาต้นไม้ใหญ่ไว้ แล้วตกแต่งด้วยพันธุ์ไม้ขนาดเล็ก และสะพานสวยๆ ที่ช่วยเกื้อหนุนกันจนสวยงามขนาดนี้

มอสรึเปล่า มีกิ่งยาวๆยื่นๆออกมาด้วย

ความอลังการของต้นสนฟอร์มต่างๆ

 

ป่าสนนี้มีการตัดบ้าง เพราะบางส่วนถูกปลูกขึ้นเพื่อทำเฟอร์นิเจอร์ แต่ไม่ได้ตัดจนโค่นเตียน -*-

 

ต้นสนหลายต้นที่อยู่ริมทางเดิน จะมีการเอาเสื่อล้อมไว้ เพื่อไม่ให้นั่งท่องเที่ยวเดินชนจนเปลือกไม้หลุด หรือไปแกะเปลือกไม้สนเล่น

แล้วก็มาสุดปลายทางขึ้นรถกลับไปยังที่พักเพื่อ Check out

ต้นไม้ถูกแซมแทรกระหว่างก้อนอิฐ เท่มากๆ

หลังจากเติมพลังที่ 7-eleven ก็ถึงเวลาเดินทางต่อไปยังทะเลสาบสุริยันจันทรา


การเดินทางจากอาลีซาน (Alishan) ไป ทะเลสาบสุริยันจันทรา (Sun moon lake)

จากอาลีซานจะมีรถสำหรับเดินทางไปยังเมืองต่างๆ รวมทั้งทะเลสาบสุริยันจันทรา ด้วย (สามารถจองล่วงหน้าได้) ผมเลือกเป็นรถตู้ซึ่งจะออกประมาณบ่ายโมง ให้มีเวลาเที่ยวอาลีซานช่วงเช้าได้ โดยสามารถซื้อตั๋วรถตู้ได้ที่ร้านเล็กๆขวามือนี้ ซึ่งอยู่ถัดจากห้องน้ำ(เซเว่นใหญ่) ตรงข้ามกับ Tourist Information ราคาคนละ 460NT ถือว่าไม่แพงเลย

เมื่อเก็บ Alishan จนพอใจแล้ว ถึงเวลานัดหมายรถตู้ ตอน 13.00
ขึ้นรถไฟ Sun moon lake กัน รถใหม่มาก นั่งสบาย ทั้งรถมีกันประมาณ 6 คน หลับเพลินเลย


รวมรีวิวเที่ยวไต้หวัน แบบเต็มแม็กซ์
[ep.1/6] เที่ยวไทเป เดินเล่นตลาดกลางคืนซีเหมินติง (Click)
[ep.2/6] ไทเปสู่อาลีซาน ด้วยรถไฟ Alishan Line (Click)
[ep.3/6] ชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ Alishan เที่ยวเล่น Sun Moon Lake (Click)
[ep.4/6] เที่ยว Sun moon lake ชิมชาไข่มุก ชุนสุ่ยถัง (Click)
[ep.5/6] เที่ยวโทโรโกะ Toroko และเมืองโบราณจิ่วเฟิ่น Jiufen (Click)
 [ep.6/6] ลุยตลาดปลาไทเป Taipei Fish Market และร้านพายสับปะรด Sunny Hills (Click)

About the author

Max

2 Comments

Click here to post a comment

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: