- Restaurant - FOOD - the tasting experience

จิิบชายามบ่าย รับลมหนาว High Tea winter Flavors @Shangri-La Hotel Bangkok [SR]

“ชวนเติมความสุนทรี กับชายามบ่ายเมนูใหม่รับลมหนาว”

ช่วงเวลาของการจิบชายามบ่าย (Afternoon Tea) ยังคงเป็นช่วงเวลาที่ผมชอบที่สุดอยู่เสมอ และวันนี้ผมจะพาไปเติมความสุนทรีกับเซ็ตชายามบ่ายที่โรงแรม แชงกรี-ลา กรุงเทพฯ Shangri-La Hotel Bangkok ใน Lobby Lounge วิวแม่น้ำเจ้าพระยาสวยๆ  ขนมที่ถูกปรุงพิเศษ รับรองต้องเป็นช่วงเวลาที่ประทับใจ สำหรับทุกคน

ที่ Shangri-la Hotel เซ็ตน้ำชายามบ่ายเมนูใหม่นี้ ถูกเรียกว่า “High Tea winter Flavors” ซึ่งได้ถูกรังสรรค์โดย มร.เคลาส์ โอลเซ็น หัวหน้าพ่อครัว ขนมอบ และขนมหวาน เพื่อฤดูการนี้โดยเฉพาะ ให้บริการ ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 ธันวาคม 2560 โดยทุกเมนูได้รับแรงบันดาลใจจากฤดูหนาว เสิร์ฟมาในกรงนกสีทอง 3 ชั้น มีทั้งขนมอบและขนมหวาน เราไปดูกันครับว่าเซ็ตนี้มีอะไรบ้าง

 เมื่อเห็นแวบแรกก็ตกตะลึงกับการนำเสนอ High Tea ของที่นี่ที่จัดมาแบบที่อลังการที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมา กับกรงนกสีทองขนาดใหญ่ภายในมีชั้นวางขนมสามชั้น แขวนอยู่บนขาตั้งทรงโค้งสูงเกือบสองเมตร ทุกเซ็ตที่สั่งจะมาในรูปแบบนี้ทั้งหมด เรียกว่าหาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว

ขนมถูกวางบนถาดเซรามิกสีทอง แต่งลวดลายเป็นเส้นโค้งขัดกัน ยิ่งเพิ่มความอลังการ ดูสวยงามดูหรูหราจริงๆ ชั้นบนสุดมีขนมวางไว้ สี่ชนิด ประกอบด้วย Open-Faced Pear and Caramel, Apricot and Ginger Milk Jelly, Black Cassis Lollipops, Apple Pie

ชั้นกลางมี ขนมหวานสามชนิด ได้แก่ Raspberry Manjari Tart, Creme Brulee with Spice Biscotti, Espresso Opera

ชั้นล่างสุดจะเป็นของคาว ประกอบด้วย Ham with Grain Mustard Mayonnaise on Sliced Brioche,
Cheddar Cheese with Chutney on Tomato Bread, Chicken Breast with Parsley Cream on Malt Bread, Cucumber with Cream Cheese, Dill and Chives on Granary Bread, Scottish Smoked Salmon with Lemon Butter on Sourdough Bread, Egg Mayonnaise with Chopped Shallots and Watercress on White Bread, Foie-gras and Passion Fruit on White Bread, Bay Scallops, Arugula, Tomatoes, and Herbed Mayo Toast Bread

อ่านแล้วอย่าเพิ่งงงนะครับ เดี๋ยวผมจะพาไปชิมกันคำต่อคำ


ความอร่อยของแต่ละเมนู ในเซ็ตน้ำชายามบ่าย

ผมมีโอกาสได้พูดคุยกับ มร.เคลาส์ โอลเซ็น หัวหน้าพ่อครัว ขนมอบ และขนมหวาน ผู้ออกแบบและรังสรรค์เมนูทั้งหมดนี้ ทำให้ได้รับรู้เรื่องราวและรายละเอียดของขนมแต่ละชนิด ตั้งแต่กระบวนการคิด การเตรียม และการทำขนม ทำให้แต่ละคำที่ทานเข้าไปเต็มไปด้วยเรื่องราว แค่ฟังก็อิ่มเอมแล้วครับ

เนื่องจากวันนี้เป็นวันที่สื่อมากันเยอะ เพื่อความสะดวกเลยจัดเซ็ตเดียวกัน บนเซ็ตตั้งโต๊ะง่ายๆ แต่เมนูเดียวกันเป๊ะ เรามาชิมกันเลยดีกว่า ขอเริ่มจาก Scone ครับ

 Vanilla Scone and Walnut Scone

เสริฟมาพร้อมกับ Balsamic Blueberry Jam Cornish Clotted Cream and Orange Jam โดย scones ของที่นี่เป็นแบบเนื้อนุ่มคล้ายขนมปัง โดยมีแบบที่ผสม walnut  มาหนึ่งชิ้น มีความหอมและมีwalnut ผสมอยู่ในเนื้อ scones กับแบบธรรมดาหนึ่งชิ้น ทานกับแยมสามรสชาติ ทั้ง แยมส้ม ที่มีรสหวานนำหอมกลิ่นส้มสดชื่น และ ครีม เนื้อเนียน แต่หนักและเข้มข้น และ สุด ท้ายไม่เคยทานที่ไหน บลูเบอร์รี่ผสมกับน้ำส้มสายชูบัลซามิค รสเปรี้ยวนำหอมกลิ่นน้ำส้มกับบลูเบอร์รี่ ไม่หวาน มาก รสชาติน่าสนใจมาก

Apple Pie

ด้านล่างเป็นแป้งพายแบบกรอบ ไส้ในเป็นแอปเปิ้ลแต่งกลิ่นด้วยอบเชย แต่งรสด้วยน้ำตาลทรายแดง ด้านบนเป็น crumble และ ตกแต่งด้วยชอคโกแลตรูปแอปเปิล เป็นการผสมผสานระหว่างความกรอบและความนุ่มหอมหวานที่ลงตัว

Black Cassis Lollipops

หน้าตาเหมือนอมยิ้มดูธรรมดาๆ แต่รสชาติบอกเลยว่าต้องถูกใจคนที่ชื่นชอบชอคโกแลต จะต้องร้องว้าวแน่นอน ไส้ในเป็นชอคโกแลตนุ่มแน่นและเนียน รสเบอรี่หอมสดชื่น ขมนิดๆปนหวาน ไม่เลี่ยน เคลือบชอคโกแลตกรอบๆด้านนอก ชิ้นเดียวไม่หนำใจจริงๆ รัก มาก เป็นอมยิ้ม ที่ทำให้ยิ้มได้จริงๆ

Raspberry Manjari 64% Tart

ตอนแรกก็หาอยู่นานว่า ชิ้นไหนน้าจะเป็น raspberry tart พอเชฟบอกว่าคือชิ้นนี้ ก็ถึงกับงงเลยทีเดียว ไม่คิดว่าจะเป็นก้อนเขียวๆนี่ จากหน้าตาคงเดารสชาติไม่ออก แต่ชิ้นนี้มีความลับซ่อนอยู่ มาเริ่มกันด้วย Manjari 64% tart กันก่อน โดยชอคโกแลตชนิดนี้ผลิตมาจากเมล็ดโกโก้จากมาดากัสการ์ ซึ่งจะเข้ากับผลเบอรี่ ที่มีสีแดงได้อย่างดีที่สุด โดยในลูกกลมๆสีเขียว เปลือกสีเขียวทำจากเจลาตินหยุ่นๆ เด้งๆ เอามีดจิ้มก็จะดึ๋งๆแล้วแตกโพละออกมาเป็นมูสชอคโกแลตและแยมราสเบอรี่ มูสชอคโกแลตและสอดไส้ด้วยแยมราสเบอรี่ผ่านขั้นตอนการปรุงที่ซับซ้อนมาก ทำให้ได้รสชาติที่เข้มข้นและรับรู้ได้ถึงความสดใหม่  ยกให้เป็นพระเอกของวันนี้เลยครับ

Espresso Opera

เค้กชนิดนี้ อร่อยหรือไม่ วัดกันที่คุณภาพของวัตถุดิบ เนื้อเค้กชิ้นบางๆที่มีกลิ่นอัลมอนด์ ชุ่มด้วยน้ำเชื่อมกาแฟสุดหอม สลับกับครีมกาแฟ  และชั้นบนสุดเป็นชอคโกแลต เมื่อตักเข้าปากคำแรก กลิ่นของกาแฟหอมฟุ้ง เนื้อเค้กชุ่มและหอมมาก และยังมีชอคโกแลตด้านบนช่วยเพิ่มความหอมขึ้นไปอีก


Foie-gras and Passion Fruit on White Bread

ขนมปังขาวเนื้อนุ่มตัดมาเป็นทรงกลม มีเทอรีน เดอ ฟัว กราส์ (Terrine de Foie Gras) ชิ้นสามเหลี่ยมวางอยู่ด้านบน รสเข้มข้นหอมมัน เข้ากับ แยมเสาวรสสีส้มสดใสเพิ่มรสเปรี้ยวอมหวาน ตัดความเลี่ยนได้เป็นอย่างดี

Bay Scallops, Arugula, Tomatoes, and Herbed Mayo Toast Bread

หอยเชลล์ตัวใหญ่ สุกพอดี มีความชุ่มฉ่ำ เนื้อยังเด้งหวานอยู่ มาพร้อมกับมะเขือเทศและมายองเนส ด้านล่างเป็นขนมปังปิ้งจนกรอบ อร่อยจนอยากกินอีกหลายๆชิ้นเลยทีเดียว

Chicken Breast with Parsley Cream on Malt Bread

สลัดอกไก่นุ่มๆในมายองเนสกลิ่น พาสลีย์ หอมๆรสชาติเบาๆ แต่งด้านบนด้วยมะเขือเทศ ใส่ในขนมปังมอลต์นุ่มๆ

Ham with Grain Mustard Mayonnaise on Sliced Brioch

แฮมแผ่นบางๆ เค็มๆหอมๆ ตัดรสด้วยมัสตาร์ดแบบที่ใส่เมล็ดมัสตาร์ดผสมมาด้วย เพิ่มความหอมมันด้วยมายองเนส ยัดใส่ใน Brioche ซึ่งก็คือขนมปังชนิดหนึ่งของประเทศฝรั่งเศส ที่มีความเข้มข้นของไข่และเนย มีรสเปรี้ยวของมะเขือเทศ ทำให้แซนด์วิชชิ้นนี้สมบูรณ์แบบจริงๆ

Egg Mayonnaise with Chopped Shallots and Watercress on White Bread

สลัดไข่ต้มแสนละมุน ที่มีหอมแดงและผักสลัด สับผสมอยู่ด้วย ประดับด้วยดอกไม้อย่างสวย ยัดไว้ในขนมปังสีขาว แสนนุ่ม ทานเป็นของว่าง เบาๆในยามบ่ายได้เป็นอย่างดี

Apricot and Ginger Milk Jelly

เป็นอีกเมนูที่ประทับใจหน้าตาดูธรรมดาแต่รสชาติช่างซับซ้อน แต่อร่อยเข้ากันจริงๆ ด้านล่างเป็น apricot puree ออกกึ่งๆซอส กึ่งๆ เยลลี่ รสเปรี้ยวหวาน หอมมาก ชั้นที่เป็นนมจะมีกลิ่นขิงซึ่งเห็นไม่บ่อยนักในขนมหวาน น่าแปลกที่เข้ากันได้ดี และยังมีมาการอง และ apricot แห้งให้ได้เคี้ยวกันเพลินๆอีกด้วย

Creme Brulee with Spice Biscotti

เรียกง่ายๆก็คือ คัสตาร์ด ที่ด้านบนเป็นน้ำตาลคาราเมลกรอบ นั่นเอง อาจดูเหมือนธรรมดา แต่สำหรับเชฟท่านนี้ไม่มีคำว่าธรรมดาแน่นอน โดยส่วนผสมที่เป็นนมเชฟได้นำฝักวนิลลาแช่ไว้หนึ่งวันเต็มๆ ทำให้หอมมากๆ

Cheddar Cheese with Chutney on Tomato Bread

เป็นครั้งแรกที่เคยได้กินขนมปังมะเขือเทศ ผมเป็นคนที่ชอบมะเขือเทศอยู่แล้ว บอกเลยว่าได้ใจไปเต็มๆ ขนมปังหอมกลิ่นมะเขือเทศ ทานกับเชดด้าชีส กลิ่นและรส เข้ากันมาก อยากขอร้องให้เชฟทำขายในส่วนของเบเกอรี่ จะได้ซื้อกลับไปฝากที่บ้าน

Cucumber with Cream Cheese, Dill and Chives on Granary Bread

แตงกวากรุบกรอบสไลด์บาง แต่งรสด้วยครีมชีส รสเปรี้ยวๆมันๆแต่งกลิ่นด้วยผักชีลาวและกุยช่าย เสริฟมาบนขนมปังธัญพืช รสชาติสดชื่นผสานกับความกรุบกรอบได้ดี

Open-Faced Pear and Caramel

ชูครีมกรอบนอกด้านในสอดไส้ครีมรสนุ่ม และลูกแพร์หั่นเป็นชิ้นเล็กๆชุ่มซอสคาราเมล ประดับมาด้วยชอคโกแลต และแผ่นทองคำเปลว ด้านบนดูหรูหราเลยทีเดียว


สรุปความประทับใจ

สำหรับมื้อนี้ถือเป็นช่วงเวลาพิเศษมากๆ กับ High Tea winter Flavors ที่ Shangri-La Hotel Bangkok เพราะเป็นการทาน Afternoon Tea กับวิวแม่น้ำเจ้าพระยา สำหรับราคาอยู่ที่ 1,198++ บาท พร้อมชาหรือกาแฟ ราคาถูกกว่า Afternoon Tea หลายๆแห่ง แต่มาพร้อมวิวแม่น้ำ ดนตรี และทุกเมนูก็ถูกรังสรรค์อย่างพิถีพิถันมาก สำหรับผมถือว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากๆ และหากมาอิ่มอร่อย ช่วงเวลา 15.00 – 16.45 น. วันอังคารถึงวันเสาร์ ก็จะได้บรรยากาศเคล้าเสียงพิณจาก มิสทงจวน บอกเลยว่าได้เติมความสุนทรีผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 จริงๆ

สำหรับใครกำลังหาช่วงเวลาที่จะใช้เวลากับคนพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นคนรัก เพื่อน หรือครอบครัว อยากให้ลองมาทานกันดูครับ รับรองเลยว่าต้องประทับใจแน่ๆ

รสชาติ 🌟🌟🌟🌟🌟
การเดินทาง 🌟🌟🌟🌟🌟
การบริการ 🌟🌟🌟🌟🌟
บรรยากาศร้าน 🌟🌟🌟🌟🌟


รายละเอียดโปรโมชั่น

High Tea winter Flavors

ราคา 1,198++ บาท สำหรับ 2 ท่าน รวมชาหรือกาแฟ
ให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 14.00 น.-18.00 น.
สำรองที่นั่ง โทร : 0 2236 7777
E-mail : restaurants.slbk@shangri-la.com


รายละเอียดร้าน

Lobby Lounge at Shangri-La Hotel Bangkok

89 Soi Wat Suan Plu, New Road, Bangrak, Bangkok, 10500
สำรองที่นั่ง โทร : 0 2236 7777

    

About the author

Anek.W

Add Comment

Click here to post a comment

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: