Hotel LEISURE- relaxing experiences

เที่ยวเกาะสมุย พักผ่อนชิวๆ Renaissance Koh Samui เรเนซองส์ เกาะสมุย [SR]

“เที่ยวเกาะสมุย พักผ่อนชิวๆที่ Renaissance Koh Samui Resort & Spa”

ตอนเด็กมากๆ เคยได้ไปเกาะสมุยอยู่ครั้งนึง ครั้งนั้นไปกับครอบครัวและญาติๆ เป็นครั้งแรกที่ได้นั่งเรือเฟอรี่ ด้วยความที่ตัวเล็กจิ๋วสมัยเด็กเลยรู้สึกว่าเรือเฟอรี่ลำใหญ่มากกก ใหญ่ประมาณเรือไททานิค เพราะเอารถขึ้นไปจอดได้ตั้งหลายคันแหนะ จำความได้แค่หินตา หินยาย Walking Street กับฝรั่งเต็มไปหมด วันนี้ผมจะได้ไปสมุยอีกครั้ง ข้ามเรือเฟอรี่แบบเดิม เพิ่มเติมคือผมเลือกที่จะไปพักชิวๆ ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในที่พัก!


เดินทางไปเกาะสมุย ด้วยเรือเฟอรรี่

ครั้งนี้ผมตั้งต้นจาก จังหวัดสุราษฎร์ธานี ไปเกาะสมุยด้วยเรือเฟอร์รี่ ซึ่งจากสุราษฎร์ธานี จะขึ้นจากดอนสัก ซึ่งจะมีหลายท่าเรือแยกแต่ละบริษัท ส่วนปลายทางบนเกาะสมุยก็จะมีหลายท่าเรือ ให้เลือกท่าเรือที่ใกล้ที่พักของเราที่สุด

ผมเลือก Seatran Ferry โดยจองตั๋วไป-กลับ Online แล้วนำ E-Booking ไปแจ้งที่ท่าเรือ Seatran (ดอนสัก) ได้เลย
ขาไป – 11.00 – 12.30 น. / ขากลับ – 13.00 – 14.30 น.
ค่าโดยสาร รถ+คนขับ 1 คน = 450 บาท / ผู้โดยสารคนละ 140 บาท


ขับรถยนต์ไปเกาะสมุย

การขับรถยนต์ไปเกาะสมุย หากยังไม่ชำนาญแนะนำให้เผื่อเวลาอย่างน้อย 45 นาที หรือ 1 ชั่วโมง เพราะต้องมีขั้นตอนการตรวจเอกสาร แสดงตัว และขับรถไปแสดงตัวตามจุดต่างๆตามลำดับ ประมาณ 5 จุด เพื่อลำเลียงรถขึ้นเรือเฟอร์รี่ และโชคดีที่วันนี้ผมมาก่อนเวลาพอสมควร และเรือลำก่อนหน้ายังไม่เต็ม เลยได้ขึ้นรอบก่อน 11.00 น.

บัตรโดยสารที่ได้ จะเป็นแบบนี้ เป็นบัตรโดยสารสำหรับผู้โดยสาร และบัตรโดยสารสำหรับรถ (พร้อมคนขับ) ถึงจุดนึงผู้โดยสารจะต้องหยิบบัตร แล้วเดินผ่านช่องผู้โดยสารปกติ (ค่อยไปเจอกับคนขับบนเรือเฟอร์รี่)

ตอนที่เรือเฟอร์รี่ กำลังออกไปยังเกาะสมุย ก็มีเฟอร์รี่อีกลำกำลังกลับมาส่งผู้โดยสาร โดยเรือเฟอร์รี่ ไปเกาะสมุย จะมีทั้งหมด 3 ชั้น ชั้นล่างสุดเป็นที่จอดรถ ชั้น 2 เป็นห้องโดยสารปรับอากาศ ชั้น 3 เป็นดาดฟ้าเรือ มีที่นั่งรับลมและหลังคาบังแดด

ที่นั่งบนชั้น 3 ของเรือเฟอร์รี่

สังเกตว่าทะเลที่นี่สีแปลกตาจริงๆ เป็นสีโทนสว่างๆ ออกสีฟ้าเทอควอยซ์

เห็นเกาะสมุยอยู่ลิบๆ เดี๋ยวก็จะได้เจอกันแล้ว


ชิมอาหารท้องถิ่นเกาะสมุย ร้านตาโข – บางปอซีฟู๊ด

มาถึงเกาะสมุยประมาณเที่ยงๆ สิ่งแรกที่คิดถึงคือ จะกินอะไรดี! เพราะที่นี่มีให้เลือกหลากหลายมาก เพราะสมุยเจริญมากอย่าเรียกว่าเกาะเลย เรียกเมืองสมุยดีกว่า เพราะมีทุกอย่างเหมือนบนแผ่นดินนี่แหละ แต่มีทะเลล้อมรอบในระยะที่ขับรถไปได้ง่ายๆ นะแหละ

สุดท้ายก็เลือกร้านอาหารท้องถิ่นแหละ จะได้พูดได้เต็มปากว่ามาถึงสมุยแล้วจริงๆ ก็มาจบที่ร้านตาโข – บางปอซีฟู้ดส์ ร้านเป็นเพิงง่ายๆ ริมทะเล ลมแรงมาก แต่ใครๆก็การันตีว่า แซบ ออริจินอลจริงๆ จะถูกปากผมรึเปล่ามาลองกันเลย


เคยจี่
จานแรกเป็นเคยจี่ ถ้าเข้าใจไม่ผิดคือเป็นจานที่เสิร์ฟเป็น Appatizer เสิร์ฟให้ทุกโต๊ะฟรี เคยจี่ จะใช้น้ำพริกกะปิโขลกกับเนื้อมะพร้าว เนื้อปู นำไปทาบางๆในกะลามะพร้าว แล้วย่างไฟจนมีกลิ่นหอม กินคู่กับผักเคียง รสชาติอ่อนๆ หอมกะปิและมะพร้าวอ่อนๆ แต่ยังมีรสเผ็ดนิดๆ ส่วนตัวค่อนข้างเฉยๆ รู้สึกว่าอาหารที่เสิร์ฟพร้อมผัก น่าจะรสเข้มข้นกว่านี้

เห็ดหลุบผัดเผ็ด – 200 บาท
แค่ฟังชื่อก็แปลกใจแล้ว เห็ดหลุบไม่ใช่เห็ดแบบที่เราคิด แต่มันคือดอกไม้ทะเลชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นเมนูที่ผมอยากลองชิมมากที่สุด ซึ่งเสิร์ฟมาในหน้าตาหยึยๆ เรื่องรสชาติเรียกว่าจัดจ้านหอมเครื่องแกง แต่ไม่เผ็ดเกินไป สำหรับตัวเห็ดหลุบหรือดอกไม้ทะเล จะมี Texture กรุบๆ คล้ายแมงกะพรุนแต่ดันมีกลิ่นและความเป็นทรายตอนเคี้ยว ก็แปลกๆดี แต่ไม่ชอบเท่าไหร่ สุดท้ายจานนี้เหลือเพียบ ><


วายคั่ว 100 บาท
วายคือปลาหมึกที่ถูกเอามาคั่วจนแห้งแล้วมาปรุงรสในน้ำกะทิ มีการใช้ตะไคร้เป็นส่วนประกอบเพื่อดับกลิ่น สำหรับรสชาติก็จะหอมๆ มันๆ แต่รสชาติค่อนข้างจืด


ยำไข่เม่น – 100 บาท
พวกเราคงจะคุ้นเคยกับไข่หอยเม่น (Uni) ในอาหารญี่ปุ่น แต่คราวนี้มาลองหอยเม่นของไทยกันหน่อยกับยำไข่เม่นจานนี้ ซึ่งสีของเนื้อหอยเม่นจะค่อนข้างเข้มไม่เหลืองทองแบบญี่ปุ่น ส่วน Texture ก็จะแน่นน้อยกว่า โดยนำมายำกับมะม่วงซึ่งมีรสชาติจัดจ้าน (มาก) มีกลิ่นหอมกะปิเล็กน้อย อร่อยเลยทีเดียว


ยำสาหร่ายข้อ – 80 บาท
จานนี้พระเอกคือสาหร่ายข้อ หน้าตาเป็นวุ้นๆมีข้อปล้อง ถูกนำมายำกับมะม่วงรสชาติจัดจ้านหอมกะปิเหมือนจานก่อนหน้า นี่เป็นครั้งแรกที่กินสาหร่ายข้อ  Texture มีความกรอบกรุบกรอบ เหมือนกินผักมากกว่ากินสาหร่าย ไม่ค่อยชอบ Texture ของสาหร่าย แต่ชอบรสชาติมากๆ


เก็บจุดเช็คอินบนเกาะสมุย

ระหว่างเดินทางไป Renaissance Koh Samui ก่อนเข้าที่พักขอแวะจุดท่องเที่ยวสักหน่อย


จุดชมวิวหาดละไมและหินรูปหัวใจ ค่าเข้าสำหรับคนไทย 50 บาท โดยหินรูปหัวใจจะอยู่เชิงเขาซึ่งก็คือก้อนด้านขวามือในรูปนี้ หลังจากที่ใช้จิตนาการสูงมาก ก็เริ่มเหมือนหัวใจละ

จากนั้นก็ขึ้นไปยังจุดชมวิวหาดละไม ซึ่งต้องปีนป่ายพอสมควร หากมีผู้ใหญ่ไปด้วยหรือเดินไม่ไหวก็สามารถขึ้นรถรางได้

ที่จุดชมวิว มีร้านคาเฟ่ขายขนม เครื่องดื่ม พร้อมชมวิวหาดละไมจากมุมสูง

“วัดราชธรรมาราม” หรือ “วัดศิลางู” มีโบสถ์แดง ที่เป็นศิลปศรีวิชัย-บายน ถูกตกแต่งด้วยงานปูนปั้นเล่าเรื่องพุทธประวัติ ที่เป็นสีแดงเพราะเลือกใช้วัสดุในพื้นที่มาผสมกัน จนเกิดเป็นสีแดงแบบนี้


พระธาตุศิลางู เป็นเจดีย์สีทองทั้งองค์อยู่บนลานวัดริมทะเล ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งเป็นที่เคารพของชาวเกาะสมุย


ที่พักหาดละไม Renaissance Koh Samui Resert & Spa

สำหรับการมาเที่ยวเกาะสมุยครั้งนี้ ผมได้พักที่ โรงแรมเรเนสซองส์ เกาะสมุย รีสอร์ท แอนด์ สปา ตั้งอยู่ที่หาดแหลมน่าน ระหว่างหาดเฉวงและหาดละไม ซึ่งห่างจากสนามบินแค่ 20 นาที ใกล้แหล่งท่องเที่ยว เช่น สวนพระพุทธรูปลึกลับ, หมู่บ้านชาวประมง, เจดีย์แหลมสอ แต่เชื่อว่าเมื่อทุกคนมาถึงที่นี่แล้วก็แทบจะไม่อยากออกไปไหนเหมือนผมแน่นอน


ก้าวแรกที่ Lobby ก็จะได้ยินเสียงน้ำกระเพื่อมอยู่ตลอดเวลา ก็มาจากบ่อน้ำที่อยู่ตรงกลาง แค่ได้ยินเสียงก็เย็นชื่นใจแล้ว

พนักงานมาต้อนรับด้วยไอศกรีมตะไคร้และมะม่วง

ที่นี่ตกแต่งสไตล์ Tropical ซึ่งเน้นการตกแต่งโดยใช้โทนสีส้ม แดงอิฐ น้ำตาล ตัดกับสีเขียวของใบไม้ตามธรรมชาติ ทุกมุมเลยเต็มไปด้วยต้นไม้สีเขียว และดอกไม้เขตร้อนชื้นหลายพันธุ์

ที่ Renaissance Koh Samui Resort & Spa มีพื้นที่ขนาดใหญ่ประกอบด้วยหลายอาคาร โดยห้องพักแบบวิลล่า, ห้องอาหาร, สปา และ Facilities อื่นๆ จะอยู่โซนริมหาด การจะไปห้องพักก็ต้องเดินเยอะหน่อย


บรรยากาศร่มรื่น ในรีสอร์ท

แต่ละอาคารถูกเชื่อมกันด้วยทางเดิน ซึ่งถูกปกคลุมด้วยต้นไม้เล็กใหญ่ รวมทั้งดอกไม้หลากหลายชนิด อิฐมอญถูกเอามาตกแต่งเพิ่มความรู้สึก Tropical ในหลายๆมุม


ทางเดินระหว่าง Lobby และห้องอาหาร ซึ่งทอดยาวและร่มรื่นมากๆ

   
สระว่ายน้ำ Outdoor ริมทะเล ซึ่งจะเป็นจุดที่แขกจะมารวมตัวกันตลอดวัน


สุดปลายหาดด้านขวา จะมีหินก้อนใหญ่ ซึ่งเราสามารถขึ้นไปนั่งเล่น ถ่ายรูปเล่นได้


นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมการพายคายัก หรือเรืออื่นๆ เลือกสนุกกันได้ตลอดวัน สามารถแจ้งพนักงานได้เลย

นอกจากนี้รอบบริเวณประกอบด้วยต้นไม้หลายสายพันธุ์ ให้เราได้ดูกันเพลินๆ


Deluxe Garden Terrace

วันนี้ได้พักแบบ Deluxe Garden Terrace ซึ่งเป็นห้องขนาดพอดีๆ และมีอ่างกุชชี่อยู่ที่ระเบียง ห้องนี้ก็เป็นวิวต้นไม้และสระว่ายน้ำ ถ้าได้เป็นเป็นวิวทะเลคง Perfect มากๆ แต่วิวต้นไม้ก็สบายตาไปอีกแบบ


ห้องนี้ติดกับสระว่ายน้ำใหญ่ สระนี้จะเป็นแบบยาวแต่ไม่ได้อยู่ริมทะเล คนเล่นน้อย ส่วนตัวมากๆ

 
ริมระเบียงมีอ่างจากุชชี่ แช่ไปฟังเสียงนกร้อง ฟังเสียงลมไปด้วย ชิวๆเลย

 
สระว่ายน้ำยาวๆ ตรงนี้ไม่ได้อยู่ติดทะเล แต่อยู่ท่ามกลางต้นไม้ ได้บรรยากาศไปอีกแบบ


ดินเนอร์ริมทะเลที่ ห้องอาหาร Tawann

อาหารไทย ฟิวชั่น วิวทะเล ข้อดีของที่นี่คือโต๊ะไม่เยอะมาก พนักงานสามารถดูแลแขกได้อย่างทั่วถึงและใกล้ชิด ในบรรยากาศโรแมนติกมากๆ เพราะถ้าค่ำหน่อยจะเหลือแค่แสงโคมไฟ และแสงเทียนบนโต๊ะอาหารเท่านั้น

   
กุ้งผัดเม็ดมะม่วง 890 บาท

ต้มยำโป๊ะแตก 285 บาท

ลาบทูน่า 295 บาท

หรุ่ม 265 บาท

Samui Coconut 180 บาท


เติมพลังกายและใจ ตอนเช้า

ตลอด 1 คืนที่หลับสนิทมากๆ ทำเช้าวันต่อมาตื่นได้แบบสดชื่นและผมได้ลงชื่อร่วมกิจกรรมโยคะริมทะเล ที่ทางโรงแรมได้เตรียมไว้ให้แขกทุกคน เพราะนอกจากการมานอนแล้ว ที่ Renaissance เกาะสมุย ก็จะมีกิจกรรมอื่นๆ ให้เราได้ร่วมอยู่ตลอดทั้งวัน เช่น สอนการต่อยมวยพื้นฐาน โยคะ หรือคลาสออกกำลังกายอื่นๆ


ทุกครั้งที่ได้ออกกำลังกายริมทะเลแบบนี้ กลับรู้สึกมีพลัง และสดชื่นมากๆ แม้บางทีก็มัวเพลินกับเสียงคลื่น เสียงลม จนไม่ทันครูก็มี ^^

แล้วก็มาต่อกันที่ห้องอาหาร Banana Leaf ซึ่งมีอาหารเช้าเตรียมไว้ให้แขกตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง

  


ปรนิบัตรเต็มรูปแบบ ที่ Quan Spa

นอกจากกิจกรรม Active ต่างๆแล้ว ที่นี่ยังมี Quan Spa (ควอนสปา) ให้บริการลูกค้าด้วย โดยมีให้บริการตลอดวันแต่ต้องจองล่วงหน้าเพราะลูกค้าค่อนข้างแน่น แต่ก็เปิดถึง 3 ทุ่มแน่ ใครอยากตัวเบาๆ สบายๆก่อนนอน ก็โทรจองดึกๆได้เลย

วันนี้ผมเลือก Summer Delight Package ราคา 3,900 บาท เป็นเวลา 2 ชั่วโมง โดย 45 นาทีแรกจะเป็น Coffee Coconut Body Scrub 60 นาทีสำหรับ Relexing Massage และ 15 นาทีสำหรับ Head Massage


หลังจากเปลี่ยนชุดเรียบร้อยก็เข้าสู่การทำความสะอาดและขัดเท้าด้วยเกลือ


Scrub ที่มีส่วนผสมของ มะพร้าว กาแฟ น้ำผึ้ง กล้วย หอมทีเดียว ส่วนผสมจากธรรมชาติล้วนๆ

ตลอดเวลา 2 ชั่วโมง Therapist ได้ให้บริการอย่างดี สบายมากๆ


R Mixed Cocktail Beverage

ช่วงเวลาประมาณ 4 โมง ที่ Beach Bar จะมีกิจกรรมการทำ Cocktail ริมหาด ซึ่งเรียกว่า R Mixed Cocktail เครื่องดื่มสูตรพิเศษ ซึ่งแขกทุกคนสามารถมาร่วมกิจกรรมได้ และจะได้เครื่องดื่มที่ Mixed ด้วยตัวเองไปดื่มชิวริมทะเลกัน


ส่วนผสมใน Cocktail วันนี้จะใช้ส่วนผสมในท้องถิ่น เช่น สวรส ส้ม ตะไคร้ และรัมสไตล์ไทยๆ ในระหว่างผสมเราจะแอบปรับสัดส่วน เพิ่ม ลด เพื่อความหนัก เบา ตามที่เราชอบได้ด้วย

จากนั้นจะได้เครื่องดื่มหอมๆ รสหวานอมเปรี้ยว


สรุปความประทับใจ

การที่ได้มาธุระภาคใต้ทำให้มีโอกาสได้กลับมาเที่ยว สมุย อีกครั้ง ครั้งนี้ได้ลองเที่ยวแบบชิวๆ พักผ่อน นั่งนิ่งๆ กินอิ่มๆ ทำกิจกรรม ทำสปา แล้วก็นอนต่อ ได้เที่ยวตามท่องเที่ยวที่น่าสนใจ และได้ชิมอาหารท้องถิ่นจริงๆ (แม้หลายเมนูจะไม่ถูกปากเท่าไหร่) ก็ถือว่าครบถ้วนแล้วสำหรับผม

สำหรับประสบการณ์การพักที่ Renaissance Koh Samui Resort & Spa ต้องยอมรับเรื่องบรรยากาศและการบริการ ที่ทำให้ผมได้พักผ่อนแบบจริงจัง และตัดสินใจว่าจะใช้เวลาในที่พักให้มากที่สุด เพราะตั้งแต่ก้าวเข้ามาก็เจอความเขียว ของต้นไม้ที่ร่มรื่นมากๆ บรรยากาศแบบไทยๆ กลิ่นอาย Tropical กับสีแดงอิฐที่ถูกเอามาใช้รอบๆ ห้องพักแบบ Deluxe Garden Terrace ซึ่งเป็นห้องขนาดใหญ่กำลังดี ชอบอ่างจากุชชี่ริมระเบียง ห้ามใจไม่ไหวแช่ไปตั้งหลายครั้ง กิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น โยคะ คาร์ดิโอ สอนมวยไทยพื้นฐาน สอนภาษาไทย (ถูกใจชาวต่างชาติแน่ๆ) ก็สามารถจองล่วงหน้าได้ รวมทั้ง ควอนสปา ที่มีหลาย Package ให้เลือกตลอดวัน

ที่นี่เหมาะกับการมากับคู่รักหวานๆ หรือมากันทั้งครอบครัว พ่อ แม่ ลูก รับรองเด็กๆต้องสนุกมากแน่ๆ มีกิจกรรมให้ทำ มีที่ให้วิ่งเล่นกว้างขวาง แต่ถ้ามากับผู้ใหญ่อาจต้องช่วยดูแลเรื่องการเดินเป็นพิเศษ เพราะแต่ละจุดค่อนข้างห่างกันและเป็นขั้นบันไดค่อนข้างเยอะ แต่สำหรับผม ผมว่าที่นี่เหมาะกับการพักผ่อนจริงๆ

About the author

Anek.W

Add Comment

Click here to post a comment

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

Posts

%d bloggers like this: