เรียนภาษาอเมริกา Hunter College
Article

เรียนภาษา อเมริกา Hunter College, New York

เรียนภาษาอังกฤษ ถ้าไม่ได้ใช้ก็ลืมหมด.. เพราะทุกอย่างเกิดจากการฝึกฝนและใช้งานจริง โดยเฉพาะถ้ามาเรียนหรือเริ่มใหม่ตอนโต ยิ่งยากเข้าไปใหญ่ หลังจากที่ตั้งใจเข้าคลาสภาษาอังกฤษที่ไทยระยะนึง เกิดนึกเหิมเกริมอยากเอาตัวเองมาอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ใช้ภาษาอังกฤษดูบ้าง พร้อมกับความอยากลองมาใช้ชีวิตที่ต่างประเทศดู โปรเจคการมาเรียนภาษาอังกฤษที่อเมริกาจึงเริ่มต้นขึ้น

สุดท้าย Hunter College ก็เป็นสถาบันที่ผมเลือกจะมาเรียนภาษา ด้วยความน่าเชื่อถือ และหลักสูตร ESL (English as Second Language) หลักสูตรแรกๆของนิวยอร์ก สำหรับ Hunter College เป็นวิทยาลัยของรัฐในกลุ่ม CUNY ซึ่งที่จริงดังในเรื่องของวิชาพยาบาล แต่คอร์สภาษาอังกฤษก็เด่นนะ และสถาบันประเภทนี้มักจะไม่ได้รับสมัครผ่าน Agency นอกจากคนที่หาข้อมูลเองใน Pantip ก็จะเจอว่าเป็นอีกสถาบันคุณภาพ จากที่ได้ติดต่อสมัครเอง และมาเรียนแล้ว เลยอยากบันทึกไว้หน่อย จะได้เป็นประโยชน์สำหรับคนที่สนใจ หากอยากได้ข้อมูลตรงไหนเพิ่มเติม สามารถถามเราได้ทุกช่องทางเลย


IELI
(The International English Language Institute at Hunter College)

หลักสูตรเรียนภาษาที่ Hunter College ไม่ได้เรียกว่า ESL แต่มีชื่อเรียกของตัวเองว่า IELI มีทั้งหมด 10 Level โดยจะต้องมีการสอบ Pre-Test เพื่อวัดระดับก่อน ส่วนใหญ่ที่เจอก็จะเริ่มใน Level 3-4 แล้วค่อยๆไต่ขึ้นไป โดยได้ข้อมูลภายหลังว่า ว่า Level 7-8 ถึงจะเป็นระดับที่พร้อมสอบ TOEFL และบาง Level จะถูกยกเลิกไป ถ้า Semester นั้นมีนักเรียนน้อยเกินไป โดยการจะผ่านแต่ละ Level ต้องเข้าเรียนให้ครบ 80% และสอบได้เกรด C ขึ้นไปทุก Parts


ค่าเรียนภาษา Hunter College

ตอนขอวีซ่า เราสมัครเรียนไป 1 Semester ใช้เวลาเรียนประมาณ 2 เดือน DAY/4W 4-Week English Program Tuition Fees / Registration Fee / I-20 Processing Application and Test Fee รวม $2,396 (สำหรับการลง Semester ถัดไปจะเหลือจ่ายแค่ Tuition Fees ประมาณ Semester ละ $2,100) แลถ้าเรียนตารางบ่าย ราคาจะถูกกว่า สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ IELI Tuition & Fees


สมัครเรียน Hunter College

เลยต้องติดต่อทำเรื่องเรียนกับมหาวิทยาลัยด้วยตัวเอง โดยลงทะเบียนผ่าน http://hunter.cuny.edu/ieli หากมีข้อสงสัย สามารถติดต่อขอคำปรึกษาทาง E-mail กับเจ้าหน้าที่ได้โดยตรงได้ทาง ieliss@hunter.cuny.edu ไม่ต้องกลัวจะสื่อสารกันไม่เข้าใจ เพราะเจ้าหน้าที่คุ้นเคยกับคนหลายชาติ หลายภาษา หลายระดับ เค้าช่วยเต็มที่อยู่แล้ว


Location และที่ตั้ง

ถ้าเสิร์ชกูเกิลก่อนมา ก็จะเห็นว่า ตั้งอยู่ใจกลาง Manhattan เดินทางสะดวก ใกล้กับ Central Park แต่ Hunter College มีหลาย Location ทั้ง Hunter College Main Campus, Brookdale Campus, Silberman Campus, Casa Lally, Hunter College Campus School, Saint Vincent Ferrer บอกเลยว่าเยอะมากๆ

พอถึงเวลาเรียนจริง อาจจะไม่ได้เรียนที่ Hunter College Main Campus อย่างที่คิดไว้ อย่างเราเองต้องมาเรียนที่ Brookdale Campus ซึ่งทำให้ต้องใช้เวลาเดินจากที่พักมากขึ้นอีกครึ่งชั่วโมง ฉะนั้น ก่อนเลือกที่พักอย่าลืมเช็คให้แน่ๆ ว่า Level ที่เราได้ เค้าเรียนที่ Location ไหน เพื่อความสะดวกในการเดินทาง


ข้อปฎิบัติของวีซ่านักเรียน ที่มี่ I-20

  1. หลังจากที่เดินทางมาถึง New York ให้มาแจ้งโรงเรียน พร้อม I-20 และ Passport ภายใน 30 วันหลัง
  2. พริ้นเอกสาร I-94 ติดตัวไว้เสมอ และให้รักษาสถานะ I-20 และ Passport ไม่ให้หมดอายุ
  3. ลงเรียน Full-Time ขั้นต่ำ 18 ชั่วโมง ต่อสัปดาห์
  4. การย้ายโรงเรียน ต้องเข้าเรียนให้ครบ 80% ถึงจะย้ายได้
  5. การเปลี่ยนที่อยู่ ต้องแจ้งกับทางโรงเรียนทุกครั้ง
  6. ประกันสุขภาพเป็นสิ่งจำเป็น แต่ไม่ได้บังคับให้ทำ
  7. การเดินทางไปเที่ยวนอก สหรัฐอเมริกา ต้องให้โรงเรียนเซ็นเป็นลายลักษณ์อักษร ไม่งั้นจะกลับเข้ามาไม่ได้
  8. วีซ่านักเรียน สามารถทำงานในโรงเรียนได้ไม่เกิน 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และไม่สามารถทำงานอื่นได้

Vacation วันหยุดยาว

ที่ Hunter College เมื่อลงครบ 4 Semester หรือจบ Level 8 จะสามารถหยุดเรียน 1 Semester ได้ แต่ว่าระหว่าง Semester ก็จะมีช่วงพักอยู่แล้ว มากน้อยแตกต่างกัน เอาเวลาตรงนั้นมาเที่ยวก็ได้ โดยสามารถเดินทางเที่ยวทั่วสหรัฐอเมริกา แต่ถ้าออกนอกประเทศ ต้องติดต่อทางโรงเรียนเพื่อออกเอกสารก่อนนะ ไม่งั้นกลับเข้ามาไม่ได้


Pre Test และ Orientation

เมื่อมาถึง New York วันที่ไปรายงานตัว เราสามารถทำ Pre-Test ได้เลย ไม่เป็นทางการมาก ใช้เวลาประมาณ 50 นาที เป็น Choice และ เขียน Writing นิดหน่อย วันปฐมนิเทศน์ หรือ Orientation จะมีขึ้นก่อนเริ่มเรียน ประมาณ 7 วัน โดยเราจะรู้ Level ของเราก่อนเริ่มเรียนแค่ไม่กี่วัน


การเข้าเรียน (Attendance)

การเช็คชื่อในคลาสเป็นไปอย่างเคร่งครัด โดยหากมาช้าไป 10-15 นาที จะถือเป็นมาสาย และการมาสาย 2 ครั้ง ถือเป็นการขาดเรียน 1 ครั้ง โดยจะต้องเข้าเรียนให้ครบ 80% ของคลาส กรณีป่วย ต้องมีใบรับรองแพทย์ ถ้าขาดเรียนเกิน 80% จะทำให้สถานะวีซ่า F-1 ขาดไปด้วย


เนื้อหาบทเรียนและเพื่อนร่วมคลาส

ในคลาสมีประมาณ 16 คน เกาหลี, คอสตาริก้า, โคลัมเบีย, เวเนซูเอร่า, บราซิล, ตุรกี, จีน และมีคนไทย 3 คน ทุกคนตั้งใจมาเรียนและก็ช่วยเหลือกันเต็มที่ ซึ่งทุก Level จะแบ่งเป็น 4 Skills

Reading – อ่าน Pocket Book จับใจความเข้าใจเนื้อเรื่อง พร้อมตอบคำถามท้ายบทโดยใช้สำนวนภาษาของตัวเอง แรกๆแต่ละคนก็ก๊อบจากเนื้อเรื่องมาบ้าง สุดท้ายทุกคนก็สามารถตอบคำถามด้วยสำนวนภาษาของตัวเองได้

Writing – เป็นอีกคลาสที่หนักมาก เรียนทั้งการเขียน Paragraph และ Essay ซึ่งมี Pattern และวิธีการเขียน โดยจะต้องเขียน Draft 1, Draft 2, Draft 3 และ Outline เรียกได้ว่าทุกวันที่มีคลาสจะต้องมีมาส่งอย่างน้อย 2 แผ่น ทั้ง Paragraph และ Essay ควบคู่กันไป ทุกอาทิตย์จะมีงานดับเบิลขึ้นมา จบคอร์สนี่คือเขียนและเรียบเรียงได้สบาย อาจารย์เคี่ยวเข็นสุดๆ แต่สุดท้ายทุกคนก็สามารถผ่านไปได้ด้วยดี

Grammar – เป็นคลาสที่รู้สึกว่าได้อะไรน้อยที่สุดแล้ว แต่อาจารย์ก็สามารถยกตัวอย่าง อธิบายได้ชัดเจน เพียงแต่เนื้อหาสอนไปค่อนข้างช้า ถ้าใครคุ้นเคยกับการเรียน Grammar ที่ไทย บอกเลยที่ไทยสอนได้กระชับกว่าเยอะ และคนไทยก็เก่ง Grammar ไม่แพ้ชาติใดในโลก

Oral Skill –  เป็นคลาสที่ทุกคนจะได้พูดคุยกันตาม Topic และกิจกรรมที่อาจารย์ยกขึ้นมาในแต่ละวัน โดยจะเริ่มคลาสจากการทักทายง่ายๆ และพูดคุยถึง Topic ในแต่ละวัน จากนั้นจะเริ่มอ่านและนำเสนอการบ้าน โดยจะมีการสอนออกเสียงที่ถูกต้องเป็นระยะๆ

โดยตารางเรียนจะเป็น
จันทร์, พุธ – Reading, Writing // อังคาร, พฤหัส – Grammar, Oral Skill

เพราะฉนั้นสบายใจ หายห่วงเรื่องการบ้าน มีมาตลอดไม่ขาดสาย โดยเฉพาะ Level 4 Writing, Reading ที่อาจารย์เอาใจใส่เป็นพิเศษ ซึ่งการบ้านแน่นสุดแล้ว แต่การันตีว่าจะเขียนได้แน่นปึ้ก สุดๆไปเลย


หนังสือเรียน

สามารถซื้อจากเว็บไซท์ที่ทาง Hunter College ส่งมา ในราคาเต็มๆ ราคาเต็มประมาณ $70 แต่แนะนำว่าอย่าเพิ่งรีบซื้อ เพราะสามารถหามือสองจากเว็บ https://www.thriftbooks.com ก็ได้เหมือนกันแต่ราคาถูกกว่ากันหลายเท่าตัว (สภาพก็ดีมากๆ) หรือจะอาจจะลองถามเพื่อนๆในคลาส ส่วนใหญ่จะมี Connection กับ Level ที่สูงกว่า เค้าก็จะขายต่อหนังสือที่ไม่ได้ใช้ แบบนี้จะประหยัดได้อีกเยอะ


ถ้าใครสนใจเรียนภาษาที่นิวยอร์ก กับสถาบันคุณภาพที่ได้มาตรฐาน ผมว่า Hunter College ก็เป็นตัวเลือกที่ดี หรือจะเป็น Laguardia Community College ก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ และถ้ามีคำถามเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ตลอด ยินดีให้ข้อมูลครับ ^^

About the author

Max

Add Comment

Click here to post a comment

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: