-My Journey- TRAVEL - exciting experiences

[Day 2] Chiangrai Culture Trip : บินดี อยู่ดี เที่ยวเชียงราย สายวัฒนธรรม [SR]

“เที่ยวเชียงราย สายวัฒนธรรม Day 2”

ตลาดไชน่าทาวน์ พระตำหนักดอยตุง เชียงรายไนท์บาซาร์

หลังจากพักผ่อนอย่างเต็มอิ่ม ก็พร้อมแล้วสำหรับเช้าวันที่ 2 ทางโรงแรมได้เตรียมอาหารเช้า เติมพลังให้พร้อมสำหรับวันนี้

พวกเราไปทานอาหารเช้ากันที่ ห้องอาหาร Border View กันอีกเช่นเคย เนื่องจากสร้างบนเชิงเขาเลยทำให้ใช้ทางเดิน เชื่อมต่อกับชั้น 3 ของตัวโรงแรม

ไลน์อาหารเช้ามีครบ ทั้ง ไทย จีน ฝรั่ง ให้วัตถุดิบคุณภาพดี กินเกือบครบทุกอย่าง แน่นเลยทีเดียว

นอกจากอาหารดีแล้ว ทิวทัศน์ ก็ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน มีโต๊ะ outdoor ที่สามารถนั่งทานอาหารพร้อมกันชมวิวไปด้วย 

ทิวทัศน์ สวยงามขนาดนี้ จะหาจากที่ไหนได้อีก

หลังจากอิ่มกันแล้ว ก็เริ่มเดินทางกันเลย วันนี้เดินทางมาข้ามเรือไปประเทศลาว ที่จุดผ่านแดนสามเหลี่ยมทองคำ

หลังจากตรวจเอกสารเรียบร้อยก็เดินไปรอขึ้นเรือข้ามแม่น้ำโขงกัน

เรือขนาดกะทัดรัด จุได้ประมาณ 25 คน ดีตรงที่ครอบด้วยกระจก ทั้งลำ ป้องกันทั้งแดด ฝน และน้ำกระเด็น แต่แอบร้อนไปนิด นั่งเรือประมาณ 5 นาทีก็ข้ามมาถึงฝั่งของประเทศลาว


ตลาดไชน่าทาวน์

ไฮไลท์ของวันนี้เลยคือ ตลาดไชน่าทาวน์ ที่เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว สร้างด้วยเงินลงทุน 2,400 ล้าน ตั้งอยู่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ ดำเนินงานโดยคิงโรมันกรุ๊ป ซึ่งจดทะเบียนในฮ่องกง ผู้ถือสัมปทานเช่าพื้นที่กว่า 6 หมื่นไร่ ระยะเวลา 99 ปี มีทั้งโรงแรมและกาสิโน ไม่เหมือนอยู่ประเทศลาวเลย เหมือนอยู่ในเมืองจีนมากกว่า สร้างได้ อลังการสวยงามเป็นอย่างมาก

มีวัดจีนอีกต่างหาก ไม่ต้องไปเที่ยวถึงเมืองจีนกันแล้ว

บรรยากาศ เหมือนหลุดเข้าไปในหนังจีนโบราณ เลยทีเดียว เที่ยวจนเพลิน แป๊บเดียวได้เวลาอาหารเที่ยงข้ามกลับมาฝั่งไทยเพื่อรับประทานข้าวเที่ยวที่ร้านอาหารครัวไท

เต้าหู้ทรงเครื่อง ยำถั่วพลู ปลาคั่ว

ปลาเนื้ออ่อนทอดกระเทียม

ต้มยำปลาแม่น้ำโขง อร่อยทุกอย่างเลยครับ ถึงรสชาติมากใครผ่านมาแถวสามเหลี่ยมทองคำ แวะได้ครับไม่ผิดหวัง

อิ่มกันแล้ว ก็ได้เวลา เที่ยวต่างประเทศกันต่อ คราวนี้เที่ยวพม่าด้วยการข้ามไปท่าขี้เหล็กผ่านทางด่านแม่สาย ใช้บัตรประชาชน ออกเอกสารข้ามแดนใช้เวลาไม่นาน ก็ข้ามไปเที่ยวประเทศพม่าได้เลย โดยนักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทาง เขตประเทศพม่าได้ทุกวัน ระหว่างเวลา 06.30 – 18.00 น. ค่าบริการคนละ 30 บาท ค่าผ่านแดนเข้าพม่า 10 บาท โดยต้องไปทำเอกสารที่สถานที่ออกหนังสือผ่านแดน อยู่ก่อนถึงชายแดนประมาณ 2 กิโลเมตร

Check point สำคัญที่ทุกคนมาต้องถ่ายรูป ป้ายเหนือสุดแดนสยาม อำเภอแม่สายซึ่งเป็นอำเภอเหนือสุดของประเทศไทย ติดกับจังหวัดท่าขี้เหล็กของประเทศพม่า โดยมีแม่น้ำแม่สายเป็นพรมแดน มีสะพานเชื่อมเมืองทั้งสองเข้าด้วยกัน ทั้งชาวไทยและชาวพม่าเดินทางไปมาหาสู่ค้าขายกันโดยเสรี นักท่องเที่ยวชาวไทยนิยมเดินทางไปยังตลาดแม่สายและท่าขี้เหล็กของพม่า เพื่อซื้อสินค้าพื้นเมืองและสินค้าราคาถูก เช่น สบู่สุมนไพร เครื่องทองเหลือง 

ช้อบปิ้งกันเสร็จ ก็เดินทางไปที่หมายถัดไปกันที่ พระตำหนักดอยตุง


พระตำหนักดอยตุง

กว่าจะเดินทางมาถึงก็ช่วงบ่ายแก่ๆ โดยประวัติพอสังเขบ ของพระตำหนักดอยตุงเริ่มดำเนินการก่อสร้างเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2530 เมื่อสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี มี พระชนมายุ 88 พรรษา โดยก่อนหน้านั้นมีพระราชกระแสว่า หลังพระชนมายุ 90 พรรษา จะไม่เสด็จไปประทับที่ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ สำนักงานราชเลขานุการในพระองค์ จึงได้เลือกดอยตุง ซึ่งมีทิวทัศน์สวยงาม ขณะเดียว กันสมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนี เมื่อทรงทอดพระเนตรพื้นที่ เมื่อต้นปี พ.ศ. 2530 ก็ทรงพอพระราชหฤทัย และมีพระราชดำริจะสร้างบ้านที่ดอยตุงพร้อมกันนี้ ยังมีพระราชกระแสรับสั่งว่าจะ ปลูกป่าบนดอยสูงจึงกำเนิดเป็น โครงการพัฒนาดอยตุงขึ้น โครงการพัฒนาดอยตุงเริ่มดำเนินการโดยความร่วมมือจากหน่วยราชการทุกส่วน เช่น กรมป่าไม้ กรมชลประทาน หน่วยงานด้านปกครอง นอกจากทำการปลูกป่าฟื้นฟูสภาพพื้นที่แล้วยังมีการฝึกอาชีพ เพื่อ ยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวเขาบนดอยตุง ซึ่งประกอบด้วยชาวเขาเผ่าอาข่าลาหู่ ไทยใหญ่ และจีนฮ่อ ขณะเดียว กันยังคงรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีของตนไว้

อาคารพระตำหนักดอยตุง ลักษณะการก่อสร้าง เป็นการผสมผสานระหว่าง สถาปัตยกรรมล้านนา บ้านปีกไม้ และบ้านแบบพื้นเมือง ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มี ๒ ชั้น และชั้นลอยที่ประทับ ชั้นบนแยกเป็น ๔ ส่วน ทว่าเชื่อมเป็นอาคารหลังเดียวกัน เสมอกับลานกว้าง ของยอดเนินเขาภายในประกอบด้วย ชั้นบนที่แยกออกเป็น ๔ ส่วนนั้น ได้แก่ ที่ประทับของ สมเด็จพระศรีนคริทราบรมราชชนนี ซึ่งประกอบด้วยห้องพระโรง และห้องเตรียมพระกระยาหาร นอกจากนี้ เป็นห้อง ท่านผู้หญิงทัศนาวลัยฯ และที่ประทับของ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ชั้นล่าง ซึ่งสร้างให้เกาะไปตามไหล่เขา

 

ดอกไม้นานาพันธ์

ทิวทัศน์ด้านหน้าของพระตำหนัก โดยเปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 07.30 – 17.30 น. ค่าธรรมเนียมเข้าชมพระตำหนัก 70 บาท ชมสวนแม่ฟ้าหลวง 80 บาท หอพระราชประวัติ 30 บาท บัตรรวมเข้าชม ทั้งสามที่ 150 บาท ภายในมี ร้านอาหารของโครงการ ร้านกาแฟดอยตุง ร้านจำหน่ายของที่ระลึก

ได้เวลาเดินทางไปที่พัก โดยที่หมายคือ The Imperial River House Resort Chiang Rai


The Imperial River House Resort Chiang Rai

The Imperial River House Resort Chiang Rai มีห้องพักทั้งหมด 39 ห้อง อีกทั้งยังมีห้องประชุมที่รองรับแขกได้ถึง 180 ท่าน และห้องเอนกประสงค์ ที่รองรับแขกได้ถึง 200 ท่าน อีกทั้งยังตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่ผสมผสานเข้ากับทัศนียภาพอันงดงามของแม่น้ำกก

ห้องพักวันนี้เป็นแบบ Deluxe วิวสระว่ายน้ำ ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์สไตล์เมืองเหนือโดย ใช้ไม้เป็นหลัก ทำให้รู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน

ด้วยห้องขนาด 41 ตารางเมตร ทำให้มีพื้นที่ใช้สอยเหลือเฟือ รู้สึกโปร่งสบายไม่อึดอัด การจัดวางเป็นระเบียบเรียบร้อย สวยงาม ผ้าม่านสามชั้นทำให้กันแสงได้เป็นอย่างดี ไม่มีแสงแยงตาให้ตื่นตอนเช้าอย่างแน่นอน

อ่างอาบน้ำขนาดใหญ่

แบ่งสัดส่วนมีห้องอาบน้ำฝักบัวแยกต่างหาก แต่งด้วยโทนสีขาวดำ ให้ความรู้สึกสะอาด เรียบหรู ของใช้ต่างๆจัดมาให้อย่างครบครัน

มีการจัดงานเลี้ยงต้อนรับ อย่างอบอุ่น อาหารรสชาติดีมาก ทั้งผัดไทย เนื้อย่าง น้ำพริกหนุ่ม แหนม ไส้อั่ว และอีกมากมาย  มีนักร้องมาขับกล่อมเพลงเมืองเหนือให้ฟัง ตลอดการรับประทานอาหารเย็น เป็นประสบการณ์ที่ประทับใจจริงๆ หลังจากอิ่มจากมื้อเย็นแล้ว ออกเดินทางไปยัง เชียงรายไนท์บาซาร์


เชียงรายไนท์บาซาร์

เชียงรายไนท์บาซาร์ ตั้งอยู่ถนนพหลโยธิน บริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดเชียงราย มีร้านอาหารบริการนักท่องเที่ยวพร้อมชมการแสดงซึ่งจัดอยู่ 2 เวที คือบริเวณลานกลางเวียง เป็นเวทีสำหรับการแสดงของนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย มีการแสดง รำไทย และสะล้อ ซอ ซึง ซึ่งเป็นการแสดงดนตรีพื้นบ้าน เป็นการอนุรักษ์ศิลปะแบบล้านนาเอาไว้ด้วย

เต็มทุกโต๊ะจริงๆครับ แอบดีใจไปกับการท่องเที่ยวของไทย ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติได้มากมายขนาดนี้

เวทีอีกแห่งหนึ่งตั้งอยู่บริเวณลานเบียร์ ซึ่ง เป็นลานกว้างไว้สำหรับนั่งดื่มเบียร์เย็นๆ กับอาหารอันเลิศรสหลากหลายเมนูพร้อมชมการแสดง จะมีการแสดงคาบาเร่โชว์ โฟล์คซอง และการแสดงของชาวเขา ซึ่งการแสดงเหล่านี้จะสลับวันแสดง สำหรับการบริการอาหาร มีหลากหลายเมนู ให้เลือกไม่ว่าจะเป็นอาหารพื้นเมือง อาหารไทย หรืออาหารฝรั่ง แถมอาหารทะเลก็มี

อีกทั้งยังเป็นที่จำหน่าย ของที่ระลึกฝีมือชาวเขา และชาวเชียงราย ทั้งเสื้อผ้า เครื่องประดับ กระเป๋าหลากแบบ ผลิตภัณฑ์พื้นเมือง ผ้าม่าน ผ้าปักฝีมือชาวเขาที่นำมาจำหน่ายในราคาที่ไม่แพงนัก

มีการจำหน่ายของตกแต่งบ้านที่ทำจากไม้ สินค้าหัตถกรรม (หรือสินค้าทำมือ) ต่างๆ เช่น ไม้แกะสลัก ภาพวาด ตุ๊กตาประดิษฐ์ ฯลฯ ซึ่งเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ และเป็นการสนับสนุนผลิตภัณฑ์จากฝีมือ และภูมิปัญญาของชาวเชียงราย

เดินไปเดินมา มาเจอ หอนาฬิกาเฉลิมพระเกียรติ งานพุทธศิลป์ เป็นงานศิลปะที่แฝงด้วยกลิ่นอายพระพุทธศาสนา นับเป็นสมบัติอันล้ำค่าของจังหวัดเชียงราย สร้างขึ้นเพือเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี ดำเนินการสร้างมาตั้งแต่ปี 2548 ออกแบบโดย อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ในช่วงเวลา 19.00, 20.00, 21.00 นาฬิกาของทุกวัน ไฟข้างในจะเปลี่ยนสีพร้อมกับมีเสียงเพลงเชียงรายรำลึก หรือ ดนตรีบรรเลง ดังลั่นใจกลางเมืองให้นักท่องเที่ยว และผู้สัญจรผ่านไปมาให้ได้ชม

เดินเล่นได้สักพักก็ได้เวลากลับที่พัก ที่ The Imperial River House Resort Chiang Rai ครับ

About the author

Anek.W

Add Comment

Click here to post a comment

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: