-My Journey- Las Vegas - ลาสเวกัส TRAVEL - exciting experiences

Road Trip อเมริกาตะวันตก (1) มาแล้วต้องคุ้ม! – Las Vegas

US West Coast Road Trip – เส้นทางในฝันของนักเดินทาง

เราเชื่อว่าการได้ Road Trip ถือเป็นอีกความใฝ่ฝันของคนที่ชอบเดินทาง โดยเฉพาะ Road Trip ที่อเมริกา เราจะได้คุ้นเคยฉากต่างๆจากหนัง Hollywood นั่นแหละ การได้เดินทางนั่งรถ กินลม ชมวิว ดูบรรยากาศ พร้อมเปิดเพลงฟัง บรรยากาศเหมือนในหนังช่วงเปลี่นซีนข้ามเมือง หลายเดือนก่อนเพื่อนชวนมาร่วม ทริปอเมริกาตะวันตกนี้ หลายครั้งมาก แต่เราก็ยังไม่รับปากสักทีเพราะเป็นทริปใหญ่ 10 วัน แต่ในใจอยากมามาก สุดท้ายเคลียร์ตารางได้ลงตัวก่อนวันเดินทาง 5 วัน ตอบตกลงปุ๊บจองตั๋วเลย ถือเป็นอีกทริปที่กระทันหัน และไม่ใช่ทริปธรรมดา เป็นทริปที่ใหญ่มาก และคุ้มมากๆ


เส้นทาง Road Trip อเมริกาตะวันออก Arizona, Nevada, Utha

เส้นทางนี้เป็นเส้นทางที่เพื่อนๆคิด วางแผนกันมาหลายเดือน และปรับจนลงตัว โดยเราจะเริ่มต้นที่ Las Vegas แล้วจึงเริ่ม Road Trip 7 วัน ตามอุทยานต่างๆ

Day 1: Sep 24, 2018, / Las Vegas
New York to Las Vegas, NV
Welcome to Fabulous Las Vegas Sign/ Las Vegas Stip Street : Excalibur Hotel, New Your New York Hotel Las Vegas, Bliss Dance, Park Ave, CityCenter (Veer Towers, The shop at Crystal), Fountains of Bellagio, Paris las vegas hotel (Eiffel towel)
Sleep at WorldMark Las Vegas Tropicana

Day 2: Sep 25, 2018, / Las Vegas
Explore Las Vegas
Las Vegas Strip Street : Venetian Hotel, The Mirage Las Vegas, Venetian Hotel, The Grand Canal Shoppes, High Roller, Seven Magic Mountains, High Roller
Sleep at WorldMark Las Vegas Tropicana

Day 3: Sep 26, 2018, / Start 7 Days West Coast Road Trip
Utah
Zion National Park: Canyon Overlook Trail
Bryce Canyon National Park: Bryce Point, Inspiration Point, Sunset Point
Sleep at Grand Staircase Inn

Day 4: Sep 27, 2018, / Start 7 Days West Coast Road Trip
Utah
Kodachrome basin state parkCapitol Reef National Park, UT ⁃ Fruita Schoolhouse
Sleep at Moab Valley RV Resort & Campground

Day 5: Sep 28, 2018,
Canyonlands National Park, UT: Mesa Arch (Sunrise 6:33am)
Arches National Park, UT: Sunset at Delicate Arch(6:28pm)
Sleep at Moab Valley RV Resort & Campground

Day 6: Sep 29, 2018,
Oljato Monument Valley, UT: Take a photo at mile 13 before leaving, Lone Rock Beach, UT
Sleep at Best Western Plus at Lake Powell, Page, AZ

Day 7: Sep 30, 2018,
Antelope Canyon: Upper Antelope, Lower Antelope, Horseshoe Bend, Glen Canyon Dam Bridge
Sleep at Best Western Plus at Lake Powell, Page, AZ

Day 8: Oct 1, 2018,
Grand Canyon, AZ
Sleep at Day Inn Williams, AZ

Day 9: Oct 2, 2018,
Seligman Route 66, Lake Mead
Sleep at Bally’s Las Vegas

Day 10: Oct 3, 2018,
Valley of fire


เริ่มต้นทริป West Coast อเมริกาตะวันตก

ทริปนี้มีสมาชิก 5 คน ผู้ใหญ่ 4 และเด็กน้อยอีก 1 คน สัมภาระก็จะเยอะหน่อย ต้องผลัดกันขนลากกระเป๋ากันสนุกสนาน เราเดินทางจาก New York เวลา 6.28 am ด้วยสายการบิน Spirit สายการบิน economy เบาะเล็กนั่งไม่ค่อยสบายเท่าไหร่ ด้วยความตั้งใจว่าจะไปนอนหลับบนเครื่อง แต่ฝรั่งคนสวยที่นั่งข้างๆ กินขนมเขย่าของตลอดเวลา เลยนอนไม่ได้เลยจริงๆ ใช้เวลาเดินทาง 5 ชั่วโมงครึ่ง มาถึง Las Vegas ที่ McCarran International Airport เวลา 09.00 am

ก้าวเข้าสนามบินปุ๊บ ก็ได้รับการต้อนรับด้วย Slot Machine ส่องแสงกันวิบๆ ตั้งแต่หน้า Gate กันเลยทีเดียว สมกับเป็นเมืองแห่งความหวังและการเสี่ยงโชคจริงๆ มาถึงแล้วสิ่งแรกที่ต้องทำ ก็คือการเช่ารถขับ ที่นี่มีบริษัทให้เช่ารถเยอะมาก โดยบริษัททั้งหมดจะถูกรวมไว้ที่ McCarran rental car center ซึ่งจะมี Shuttle Bus ไปส่ง สามารถเลือกเช่าได้ตามความเหมาะสม

เพื่อนแนะนำให้ใช้ บริการ บริษัท Enterprise ได้รถ Nissan ค่าเช่า $731 สำหรับ 10 วัน ถ้าชำระเงินด้วยบัตรเครดิต ต้องเป็นบัตรของคนขับเท่านั้น และถ้าจะเพิ่มคนขับ สามารถจ่ายเพิ่มวันละ $10 รถใหม่ สะอาด แอร์เย็นสบาย ถือว่าโอเคมากๆ (เนื่องจากเป็นใบขับขี่สากล ราคาเช่ารถจึงแพงขึ้น ถ้ามีเพื่อนมีใบขับขี่ของอเมริกา จะถูกลงเกือบครึ่ง)

คืนนี้เราพักที่ WorldMark Las Vegas Tropicana อารมณ์กึ่งรีสอร์ท มี 2 ห้องนอน ห้องนั่งเล่น และห้องครัวขนาดใหญ่ สะดวกสบายทุกอย่าง ติดอย่างเดียวคือไม่มี Wifi

ที่ Las Vegas ช่วงเดือน กันยายน ถือเป็นช่วงปลาย Summer ที่กำลังจะเข้า Fall อากาศก็จะสบายๆ ไม่ร้อนเกินไป อากาศที่นี่แห้งมากๆและลิปมันก็จำเป็นมากจริงๆ  Las Vegas สำหรับเราถือว่าเป็น Oasis กลางทะเลทรายผืนใหญ่ เมื่อออกนอกเมือง หันไปทางไหนก็จะเห็นแต่วิวทะเลทรายและต้นไม้ต้นเล็กๆ บรรยากาศก็จะเวิ้งว้าง เห็นภูเขาอยู่ลิบๆ .. แต่วันนี้เราจะมาเที่ยว เมือง Las Vegas กันก่อน เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย ก็ออกตะลุย Las Vegas กัน!


Welcome to Fabulous Las Vegas Sign

Las Vegas ตั้งอยู่ในทะเลทราย Mojave ทางใต้ของ Nevada ใกล้ชายแดน California และ Arizona และสิ่งที่ห้ามพลาดในการมาเที่ยวลาสเวกัสคือ The Strip และป้าย Welcome to Las Vegas ก็เป็นจุดเริ่มต้นของถนนสายนี้

เริ่ม Check in กันที่ป้าย Welcome to Fabulous Las Vegas Sign ซึ่งตั้งอยู่บนต้นสายของ Strip Street ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1959 เรียกว่าแขกไปใครมาก็ต้องมาที่นี่ คนต่อแถวกันยาวเหยียด แถมรถทัวร์คันใหญ่ก็มาจอดด้วยเหมือนกัน ทริกคือไม่จำเป็นต้องรอเข้าคิว เพราะจุดที่ถ่ายได้สวยกว่าคือด้านซ้ายของป้าย ประเดิมจุดแรกด้วย Groupfie  ถือเป็นการเริ่มต้นทริปใหญ่อย่างเป็นทางการ


ร้านวีระลาบเป็ด สุดยอดอาหารไทยแห่งลาสเวกัส

ถ้าใครมาลาสเวกัสแล้วอยากกินอาหารไทยอิสาน-เหนือ ขอแนะนำร้าน วีระลาบเป็ด ลาสเวกัส บนถนน Sahara Ave บอกเลยว่าบรรยากาศดี อาหารอร่อย รสชาติใกล้เคียงเมืองไทยมาก ไม่ว่าจะเป็นส้มตำถาด ต้มแซบกระดูกอ่อน หมูมะนาว ถึงรสชาติ แซบกว่าที่นิวยอร์กซะอีก กินไปน้ำตาจะไหล


Las Vegas Strip Street

Las Vegas Strip เป็นชื่อเล่นของ Las Vegas Boulevard ซึ่งเป็นจุดที่ห้ามพลาดหากใครมา Las Vegas เพราะที่นี่เป็นที่ตั้งของ Casino กว่า 32 แห่ง ที่ต่างออกแบบเป็น Theme ต่างๆ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวอย่างเราๆ ให้เข้าไปเสี่ยงโชค อาหาร ผู้คน โดยเฉพาะป้ายไฟ ที่ช่วยเพิ่มความหวือหวา ตื่นตาตื่นใจ และการแสดงโชว์ต่างๆ ที่ชมกันไม่หวาดไม่ไหวช่วยเพิ่มสีสันยามค่ำคืน


Luxor Resort & Casino – Luxor Hotel & Casino
โรงแรมสีดำขนาดใหญ่รูปทรงปิรามิดสีดำสุดขรึม ที่ฉายแสงสว่างสู่ท้องฟ้ายามค่ำคืน


Excalibur Hotel
โรงแรมใน Theme ปราสาท อยู่ตรงหัวมุมของสี่แยก

New Your New York Hotel Las Vegas
อีกมุมหนึ่ง เป็นที่ตั้งของโรงแรม New York New York ที่เค้าหยิบสัญลักษณ์และสถานที่สำคัญๆ ของเมืองนิวยอร์กมารวมไว้ที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นตึก Empire State, Statue of Liberty, Brookly Bridge รวมถึงร้านค้าเด่นๆของนิวยอร์กมารวมไว้ที่นี่



ภายในเป็นโรงแรมและมีคาสิโนให้บริการเหมือนทุกๆโรงแรม


Bliss Dance, The Park
ข้างๆ โรงแรม New Your New York Hotel Las Vegas จะมี The Park เป็นที่ตั้งของประติมากรรมผู้หญิงสูง 40 ฟุต กำลังเต้นรำอย่างมีความสุขพร้อมแสงสีที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ประติมากรรมนีน้ถูกสร้างโดย Artist,  Marco Cochrane รอบๆมีชุดเก้าอี้สำหรับนั่งพักให้หายเหนื่อยพร้อมชมไฟเพลินๆ


City Center (Veer Towers, The shop at Crystal)
ห้างสรรพสินค้า ที่ตึกถูกออกแบบเป็นทรงคริสตัลสุดเก๋ ที่นี่ได้รวบรวมสินค้าแบรนด์เนมหลากหลายแบรนด์ไว้ด้วยกัน รองรับนักท่องเที่ยวและสายช๊อปกระเป๋าหนัก เรียกว่าถ้าเข้าไปแล้วแทบจะยอมเทหมดหน้าตักกันเลย


Fountains of Bellagio
Bellagio เป็นอีกโรงแรมชื่อดังใน Las Vegas โดยไฮไลท์คือการแสดงน้ำพุดนตรีที่มีขึ้นทุกๆ คืน เป็นอีกกิจกรรมที่ห้ามพลาดเมื่อมาที่ Strip Street โดยสามารถดู ตารางเวลาโชว์น้ำพุดนตรีได้ที่นี่ ซึ่งแต่ละรอบก็จะมีดนตรีที่แตกต่างกัน

 
Paris las vegas hotel (Eiffel towel)
อีกโรงแรมที่จัดเต็มโดยยกหอไอเฟล มาไว้ใจกลาง Strip Street และด้านบนหอไอเฟลยังได้จำลองห้องอาหารสุดโรแมนติกมาไว้ที่นี่ด้วย ข้างๆกันมีบอลลูนสีฟ้า สวยมากๆ โดยเฉพาะเวลากลางคืน


เช้าวันรุ่งขึ้นยังคงอยู่ที่ Las Vegas ทีแรกตั้งใจจะไปชมพระอาทิตย์ขึ้น แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่สำเร็จ เลยมาเดิน Strip Street อีกครึ่งที่เหลือกันต่อ เดินเล่นช่วงกลางวันก็จะได้บรรยากาศอีกแบบ
Outdoor Gondola Rides, Venetian Hotel
ไม่ใช่แค่ที่ Macao ที่หยิบเอา Venetian มาดึงดูดนักท่องเที่ยว แต่ที่ Las Vegas ก็มีเหมือนกัน! มีทั้ง indoor และ outdoor ให้เลือก พร้อมคนพายเรือที่จะคอยร้องเพลงขับกล่อมลูกเรือตลอดการเดินทาง


The Grand Canal Shoppes, Venetian Hotel
บรรยากาศท้องฟ้าภายใน Venetian ดูเนียนเหมือนจริงมาก ถ่ายรูปออกมายิ่งเหมือนจริง ตึกต่างๆเต็มไปด้วยร้านขายของฝากของที่ระลึก และแบรนด์ต่างๆ

คนพายเรือกำลังร้องเพลงสร้างความบันเทิงให้กับนักท่องเที่ยว บอกเลยว่าทุกคนเสียงดีมากๆ


The Mirage Las Vegas
อีกโรงแรมเก่าแก่ แห่ง Las Vegas ด้านนอกจะมีน้ำตกที่เป็น Signature และมีการแสดงยามค่ำคืน(Fire Waterfalls at night) ด้วย

มุมต่างๆภายใน The Mirage Las Vegas


อาหารเอเชีย ใน ลาสเวกัส

เที่ยงนี้ฝากท้องที่ร้าน Asian BBQ & Noodle บนถนน Jones Blvd. ซึ่งร้านนี้เป็นร้านอาหารจีนที่อร่อยติด 100 อันดับแรก ของร้านอาหารจีนในอเมริกา ไม่ว่าจะเป็นเป็ดย่าง หมูย่าง ไก่ต้มซีอิ๊ว ผัดผัก ก๋วยเตี๋ยว บะหมี่เกี๊ยว ก็อร่อยฟินมากๆ


ร้านชาเขียวที่ดีที่สุดใน Las Vegas


ใน Area เดียวกัน มาจัดร้านขนมที่ขึ้นชื่อเรื่อง Matcha กับ Premium Matcha Cafe Maiko ร้านมัชฉะแห่ง Las Vegas ที่เพื่อนแนะนำ มีทั้งไอศกรีมและเครื่องดื่ม ถ้วยนี้ราคา $7.8 ก็อร่อยฟินกันไป


7 Magic Mountains, Public Installation Art

มาเที่ยวกันต่อที่ 7 Magic Mountains พิกัดใกล้ Jean Dry Lake และ Interstate 15 ระยะทาง 10 Miles จาก Las Vegas งาน Art ที่สร้างสรรค์โดย Ugo Rondinone ศิลปินชาวสวิส โดยเป็นหินหลากหลายสีสันเรียงขึ้นไปเป็น Tower รวม 7 ชุด มีความสูงกว่า 30 ฟุต เพื่อสื่อถึงความสุขของมนุษย์ ท่ามกลางทะเลทราย โดยจัดแสดงตั้งแต่ 11 พฤษภาคม 2016 และยังคงอยู่จนถึงสิ้นปี 2018


High Roller ชิงช้าสวรรค์ที่สูงที่สุดในโลก

อีกไฮไลท์ที่อยากเห็นกับตาคือ High Roller หรือชิงช้าสวรรค์แห่งลาสเวกัส ซึ่งถือเป็นชิงช้าสวรรค์ที่สูงที่สุดในโลก โดยมี Pod สำหรับเข้าไปยืน และแต่ละลูกจะบรรจุคนได้ 40 คน ถือว่าใหญ่มากๆ โดยราคาเริ่มต้นที่ $20 และถ้า จอง High Roller ผ่านเว็บไซท์ จะถูกกว่าไปซื้อหน้าเคาท์เตอร์ เสียดายที่วันนี้เป็นวันหยุด คิวยาว เลยไม่ได้ขึ้น >< ไว้มาใหม่เนอะ

    
บรรยากาศนอก Vanetiant ยามค่ำคืน ก็สวยไปอีกแบบนะ

คนส่วนใหญ่ ที่มา Las Vegas ก็มาเพื่อสนุกสนานและเสี่ยงโชค แต่ละโรงแรมเลยเนรมิตรตัวเองให้ดูหวือหวา น่าตื่นตาตื่นใจ เพื่อดึงดูดลูกค้าเข้ามาใช้บริการ พลอยทำให้นักท่องเที่ยวได้เที่ยวชมบรรยากาศที่คึกคัก สนุกสนานและมีสีสันไปด้วย สำหรับผม 1-2 วันก็เพียงพอกับการเดินที่ยวในเมือง Las Vegas วันต่อไปเลยไปต่อกันที่ Utah กับ Roadtrip ครั้งแรกของผม คราวนี้จะเจออะได้บ้าง ตามไปชมกันได้เลย

 

About the author

Max

Add Comment

Click here to post a comment

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: